posttoday

1 เม.ย.69 ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท/วัน แบงก์ตรวจที่มา ป้องกันฟอกเงิน

19 มีนาคม 2569

ธปท. คุมเข้มธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาท/วัน ป้องกันฟอกเงิน เน้นสาขาและเช็คไม่ขีดคร่อม แบงก์ต้องตรวจที่มาเงิน แต่ไม่สร้างภาระลูกค้าเกินควร เริ่ม 1 เม.ย.69

KEY

POINTS

  • เริ่ม 1 เม.ย. 69 ธปท. กำหนดให้ธนาคารต้องตรวจสอบธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวันอย่างเข้มข้น
  • ลูกค้าที่ถอนเงินสดหรือขึ้นเช็คเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแสดงตน แจ้งวัตถุประสงค์ และอาจต้องแสดงเอกสารเพื่อพิสูจน์ที่มาของเงิน
  • มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการฟอกเงินและปิดช่องโหว่ไม่ให้ระบบการเงินถูกใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลสถาบันการเงินครั้งสำคัญ ด้วยการออกหลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้ระบบสถาบันการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ทำไมต้องคุมเข้ม “เงินสด”? 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ธุรกรรมเงินสดกลายเป็นจุดอ่อนของระบบการเงินคือ ความสะดวกในการแลกเปลี่ยนและความยากลำบากในการติดตามเส้นทางทางการเงิน เนื่องจากธุรกรรมเงินสดไม่มีข้อมูลบันทึกเส้นทางที่ชัดเจนเหมือนการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินไทยในระดับสากลได้

สาระสำคัญของหลักเกณฑ์ใหม่

ภายใต้หลักเกณฑ์นี้ สถาบันการเงินต้องมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมและครอบคลุมตลอดวงจรของธุรกรรม ดังนี้

  • เกณฑ์ 5 ล้านบาท: เมื่อลูกค้าทำธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน สถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น (Enhanced Due Diligence)
  • การพิสูจน์ที่มาของเงิน: ลูกค้าอาจถูกสอบถามถึงวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน หรือต้องแสดงเอกสารประกอบการพิจารณา เพื่อยืนยันความโปร่งใสของธุรกรรม
  • การรายงานธุรกรรมผิดปกติ: หากพบว่าธุรกรรมมีลักษณะผิดปกติหรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมเดิมของลูกค้า สถาบันการเงินต้องรายงานให้ ธปท. ทราบทันที

ขอบเขตการบังคับใช้ 

มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่ธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงในการสูญหายของเส้นทางธุรกรรม ได้แก่

1. การถอนเงินสด ณ สาขา ของสถาบันการเงิน
2. การเบิกถอนหรือขึ้นเงินจากเช็คเงินสด ในกรณีที่เป็นเช็คแบบไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี

กรณีลูกค้าต้องการถอนเงินสดที่สาขา หรือ การเบิกถอน/ขึ้นเงินจากเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี โดยมีจำนวนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป

ลูกค้าต้องดำเนินการ (1) แสดงตัวตน/ข้อมูลปัจจุบัน เช่น กิจการ อาชีพ (2) แจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงินสด และแสดงเอกสารประกอบ (ถ้ามี)

หากลูกค้าไม่สามารถแจ้งวัตถุประสงค์/เหตุผล/ความจำเป็น หรือไม่สามารถให้เอกสาร/ข้อมูลที่จำเป็นได้ สถาบันการเงินไม่สามารถทำธุรกรรมเบิกถอนเงินสดดังกล่าวให้ได้

สำหรับลูกค้าที่ทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น การโอนเงินออนไลน์ หรือการใช้เช็คขีดคร่อม (Account Payee Only) เพื่อเข้าบัญชีโดยตรง ยังคงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ

สร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและภาระของผู้ใช้บริการ 

แม้จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ แต่ ธปท. ได้กำชับให้สถาบันการเงินคำนึงถึงความเหมาะสม โดยต้องไม่สร้างภาระแก่ลูกค้าจนเกินความจำเป็น การบริหารความเสี่ยงต้องพิจารณาตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า (Risk-Based Approach) ทั้งในด้านลักษณะธุรกรรม พื้นที่ และช่องทางการให้บริการที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ สถาบันการเงินต้องมีแนวทางดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม พร้อมทั้งทบทวนกระบวนการทำงานให้ทันต่อพฤติกรรมของผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสม่ำเสมอ

กำหนดการบังคับใช้ 

หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 16/2569 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป 

การออกหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการทางการเงิน และเป็นการยกระดับมาตรฐานระบบการเงินไทยให้มีความโปร่งใสและปลอดภัยจากอาชญากรรมทางการเงินในทุกรูปแบบ

ข่าวล่าสุด

1 เม.ย.69 ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท/วัน แบงก์ตรวจที่มา ป้องกันฟอกเงิน