posttoday

"บิ๊กตู่" ลุย ครม.สัญจรเมืองรอง โกยคะแนนนิยม

05 มีนาคม 2561

ยิ่งใกล้เลือกตั้งยิ่งได้เห็น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เร่งสปีดลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างหนัก

ยิ่งใกล้เลือกตั้งยิ่งได้เห็น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เร่งสปีดลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างหนัก 

*****************************

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ยิ่งใกล้เลือกตั้งยิ่งได้เห็น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งสปีดลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างหนัก ล่าสุดเตรียมจัดทัพใหญ่ลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร แต่คราวนี้ต่างจากการประชุม ครม.สัญจรครั้งก่อนๆ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เน้นลงพื้นที่ “เมืองรอง” เป็นหลัก โดยระหว่างวันที่ 5-6 มี.ค.นี้ เลือกลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และเพชรบุรี ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เน้นลงพื้นที่จังหวัดใหญ่ ขนาดเศรษฐกิจหรือศักยภาพด้านการพัฒนาสูง

หากจำกันได้เมื่อเดือนก่อน ระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ. 2561 การประชุม ครม.สัญจรที่ จ.จันทบุรี พร้อมกับตรวจราชการที่ จ.ตราด ลงพื้นที่เพื่อไปผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐที่ “บิ๊กตู่” คาดหวังจะฝากไว้เป็นผลงานชิ้นโบแดง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กรุงเทพฯ-ระยอง (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และโครงการลงทุนของภาครัฐในโครงการรถไฟทางคู่เชื่อม 3 ท่าเรือ (มาบตาพุด-แหลมฉบัง-สัตหีบ) ยิ่ง “บิ๊กตู่” ควบตำแหน่งประธานคณะกรรมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซีด้วยแล้ว จึงต้องลงพื้นที่จริงด้วยตัวเองเพื่อไปขันนอตกันหน้างาน

ถัดมาการประชุม ครม.สัญจรที่จัดขึ้นเมื่อเดือนก่อน ระหว่างวันที่ 25-26 ธ.ค. 2560 นายกรัฐมนตรี เลือกลงพื้นที่จังหวัดยุทธศาสตร์ภาคกลางนั่นคือ จ.พิษณุโลก และสุโขทัย นับเป็นสองจังหวัดใหญ่ที่เป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศไทย ในฐานะที่เป็นฐานการผลิตอาหารของไทย ที่สำคัญ “บิ๊กตู่” ใช้โอกาสนี้ลงพื้นที่พบปะประชาชนและเข็นโครงการพัฒนาระบบคมนาคมภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งถนนและระบบราง เช่น รถไฟทางคู่ ลพบุรี-ปากน้ำโพ รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่มีระยะแรกคือ กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะทาง 380 กิโลเมตร

ยิ่งการประชุม ครม.สัญจรก่อนหน้านี้ ระหว่างวันที่ 27-28 พ.ย. 2560 “บิ๊กตู่” เลือกลงพื้นที่และจัดประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่ใน 2 จังหวัดใหญ่แห่งปลายด้ามขวาน คือ จ.ปัตตานี และสงขลา ต้องยอมรับว่าทั้งสองจังหวัดเป็นเสมือนเมืองหลวงแห่งภาคใต้ มาคราวนี้ “บิ๊กตู่” เน้นเทงบประมาณช่วยเหลือด้านการเงินกับกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมกับขยายเวลาพักชำระหนี้ลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวสวนยางพาราและปาล์ม ฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

เช่นเดียวกับการประชุม ครม.สัญจรที่จัดขึ้นครั้งแรกที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค. 2560 รัฐบาลเอาใจคนภาคอีสานแบบเทงบสนับสนุนทั้งภูมิภาคด้วยงบประมาณกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาภาคอีสานให้มีระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยด้วยโครงการรถไฟทางคู่

แต่ยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในการจัดประชุม ครม.สัญจร ครั้งต่อๆ ไปเน้นลงพื้นที่ “เมืองรอง” หวังเป้าหมายทางการเมืองสำคัญคือ เน้นอัดฉีดโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐ และโครงการไทยนิยม รวมถึงต้องการเช็กเรตติ้งความนิยมในตัวผู้นำรัฐบาล ดังนั้นจากนี้ไปจะได้เห็นภาพ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่จังหวัดเล็กๆ ที่มีอยู่ราว 55 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ จ.หนองคาย สระแก้ว เพชรบูรณ์ มุกดาหาร พัทลุง สตูล เป็นต้น โดยมีนโยบายสำคัญคือ ต้องการพบปะติดตามและทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จริงแบบไปฟังจากปากของชาวบ้าน

ดังนั้น จะเห็นภาพ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่จ.สมุทรสาคร มาประกาศนโยบายสนับสนุนและผลักดันให้ จ.สมุทรสาคร เป็นศูนย์กลางอาหารทะเล หรือ Hub of Seafood ของประเทศ เพราะมีความเพียบพร้อมในหลายๆ ด้าน อาทิ สะพานปลา กลุ่มบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานอุตสาหกรรมสินค้าประมงแปรรูป รวมถึงต้องการมาติดตามความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู และการดูแลแรงงานต่างด้าว

แม้ไทยจะถูกยกระดับขึ้นมาเป็นเทียร์ 2 จากเดิมตกชั้นไปอยู่เทียร์ 3 ดังนั้นการมาคราวนี้ “บิ๊กตู่” ต้องมาโชว์ความพร้อมและศักยภาพของรัฐบาลในการแก้ปัญหาไอยูยู กับปัญหาค้ามนุษย์ ส่วน จ.เพชรบุรี เมืองรองที่ขึ้นชื่อในการเป็นจังหวัดต้นแบบโครงการพระราชดำริต่างๆ มากมาย จุดแข็งอันสำคัญคือชุมชนเข้มแข็ง โดยเฉพาะวิสาหกิจชุมชนนับเป็นจังหวัดตัวอย่างที่สามารถนำไปต่อยอดหรือเป็นตัวอย่าง เช่น  ธนาคารปู แพปลา จังหวัดที่เป็นฐานทรัพยากรทางทะเลอันอุดมสมบูรณ์

การยกทัพ ครม.ประชุมสัญจรครั้งต่อๆ ไปจะเห็น “บิ๊กตู่” ตะลุยลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดเล็กๆ พร้อมกับออกตระเวนชูนโยบาย “ประชารัฐ” และ “ไทยนิยม” ไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นบรรยากาศการทำงานรัฐบาลนับจากนี้ไป จึงคล้ายเป็นการซ้อมใหญ่หาเสียงเลือกตั้งแต่เนิ่นๆ ชิงความได้เปรียบทางการเมือง 

ข่าวล่าสุด

ธอส. เปิดประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ลดสูงสุดกว่า 50% ผ่านแอปฯ GHB ALL HOME