ถึงเวลาหรือยังที่ "เซ็กส์ทอย" ควรถูกกฎหมายในไทย?

วันที่ 29 ม.ค. 2561 เวลา 19:21 น.
ถึงเวลาหรือยังที่ "เซ็กส์ทอย" ควรถูกกฎหมายในไทย?
โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

ดิลโด , ไวเบรเตอร์ , ไข่สั่น , ตุ๊กตายาง , ห่วงองคชาต อุปกรณ์ชื่อสยิวเหล่านี้นับเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย และทุกครั้งที่เกิดการจับกุมผู้ต้องหา ด้วยข้อหามีวัตถุหรือสิ่งของอันลามกไว้ในความครอบครองและจำหน่าย มักจะเกิดประเด็นถกเถียงและความกังขาในสังคมเสมอ

คำถามก็คือโลกปี 2018 เซ็กส์ทอยควรเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายในประเทศไทยได้หรือยัง ?

ดาบสองคม

เซ็กซ์ทอย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระตุ้นบริเวณรอบๆ และภายในอวัยวะเพศ เพื่อให้มีความรู้สึกคล้ายกับขณะร่วมเพศ มักใช้ประโยชน์ในผู้ที่เป็นโรคติดต่อหรือผู้ที่ไม่สามารถร่วมเพศกับผู้อื่นได้ รวมถึงใช้เพื่อกระตุ้นหรือตอบสนองความใคร่ส่วนตัวหรือระหว่างคู่รัก นอกจากนั้นยังช่วยลดปัญหาครอบครัว กรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดสมรรถภาพ

นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนต่อมไร้ท่อและการเจริญพันธ์ บอกว่า ผู้ที่ใช้เซ็กส์ทอยอย่างถูกต้องจะสามารถตื่นเต้นและสนุกสนานกับกิจกรรมส่วนตัวและเป็นวิธีการตอบสนองทางเพศที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเรื่องโรคติดต่อเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามหากใช้ผิดที่ผิดทางหรือหมกมุ่นก็จะกลายเป็นปัญหาโดยเฉพาะทางจิตใจ

“เหมือนคุณมีดาบ คุณจะเอาไว้ป้องกันตัวหรือว่าทำร้ายคน แล้วแต่คุณจะใช้มัน ขึ้นอยู่กับมุมมอง วิจารณญาณ เซ็กส์ทอยก็เหมือนกันเราจะใช้เพิ่มความสุข เติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไป หรือเราจะหมกมุ่นมันจนกลายเป็นปัญหา”

เซ็กส์ทอยที่ได้รับการพูดถึงและได้รับความนิยมนั้นมีหลากหลาย ตัวอย่างเช่น

ไวเบรเตอร์ (vibrator) อุปกรณ์ใช้ในการนวดและการช่วยตัวเองสำหรับผู้หญิง มีหลายลักษณะรวมถึงลักษณะแท่งพลาสติก หรือเป็นรูปไข่ใช้สำหรับสำเร็จความใคร่โดยการสอดใส่เข้าไปในช่องคลอด โดยจะมีการติดตั้งมอเตอร์สั่นเพื่อเพิ่มโอกาสในการถึงจุดสุดยอดในผู้หญิงมากขึ้น

ไข่สั่น เม็ดสั่น หรือ ไข่รัก (egg vibrators) เป็นอุปกรณ์มีลักษณะอย่างไข่สัตว์ปีกหรือกระสุนปืนสำหรับสร้างความสั่นสะเทือนเพื่อเร้าอารมณ์โดยสอดใส่เข้าไปในช่องคลอด

ตุ๊กตายาง (sex doll) ใช้สำหรับการร่วมเพศ โดยทำมาจากวัสดุยางและซิลิโคน ตุ๊กตายางอาจประกอบด้วยของร่างกายทั้งหมดที่มีใบหน้าหรือเพียงแค่หัวกระดูกเชิงกรานหรือร่างกายส่วนอื่นๆ ที่มีอุปกรณ์เสริมอย่าง ช่องคลอด , ทวารหนัก , ปาก , อวัยวะเพศชาย 

ดิลโด (dildo) หรือ องคชาตเทียม เป็นอวัยวะสืบพันธุ์เพศชายปลอม

นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ภาพจากรายการ KalamareTV
นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ภาพจากรายการ KalamareTV

 

กฎหมายไทยไม่อนุญาต

ประเทศไทยเห็นเซ็กส์ทอยเป็นของผิดกฎหมายลามกอนาจาร เป็นอันตรายต่อสังคม ผิดศีลธรรม และการจับกุมหลายครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมักแถลงว่า อุปกรณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาอาชญากรรมทางเพศ  ซึ่งผู้ครอบครองหรือค้าขาย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 ที่ระบุว่า

(1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก

(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น

(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตามแม้จะผิดกฎหมาย แต่ก็มีผู้ต้องการ โดยปรากฎข่าวการจับกุมผู้ค้าอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น

12 ก.ค.59

ตำรวจจับกุม นายประวีร์ บริเวณถนนสายบ้านโคกสะแบง-อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีของกลางเป็นอวัยวะเพศเทียมไฟฟ้า ทั้งหญิงและชาย หรือที่เรียกว่า จิ๋มกระป๋อง และจู๋สวรรค์  โดยอวัยวะเพศหญิงเทียมไฟฟ้า 10 ชุด อวัยวะเพศชายเทียมไฟฟ้า 25 อัน ปลอกอวัยวะเพศชายเทียม 250 ชิ้น พร้อมทั้งแบตเตอรี่และเจลหล่อลื่นจำนวนมาก

20 พฤษภาคม 2560

ตำรวจภูธรภาค 5 ได้จับกุมตัว นายภูมิพัฒน์ อายุ 25 ปี เจ้าของเพจและทวิตเตอร์ขายสินค้าที่เป็นสื่อลามกอนาจาร โดยมีผู้ติดตามกว่า 8 แสนคน โดยยึดของกลางอวัยวะเพศชายเทียม 21 ชิ้น อวัยวะเพศหญิงเทียม 16 ชิ้น

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เห็นสินค้าเซ็กส์ทอย เป็นที่ต้องการของตลาด จึงสั่งซื้อมาจำหน่ายกว่า 3 เดือนแล้ว โดยสั่งสินค้ามาจากทางอินเตอร์เน็ต แล้วมาประกาศขายทางออนไลน์ ราคาตั้งแต่ 700-1,500 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย และกลุ่มสาวประเภทสอง

16 พ.ย. 2560

ตำรวจจับกุม นายณัฏ์ฐวิสิษฐิ์ ที่ จ.ลำปาง พร้อมของกลาง อวัยวะเพศเทียม ทั้งแบบของชายและหญิง และอุปกรณ์เซ็กส์ทอยแบบต่างๆ จำนวนกว่า 50 อัน

เขารับสารภาพว่าได้ซื้อเซ็กส์ทอยมาจากโปรแกรมทวิตเตอร์ ก่อนนำไปจำหน่ายโดยวิธีการลงประกาศพร้อมโฆษณาขายสินค้าทางบัญชีทวิตเตอร์

นพ.พันธ์ศักดิ์ บอกว่า เซ็กส์ทอยมีข้อดีก็จริง แต่การเปลี่ยนแปลงจากสิ่งของลามกเป็นของถูกกฎหมาย ในประเทศไทยนั้นยังละเอียดอ่อนเกินไปที่จะพูดถึงตอนนี้

สินค้าเหล่านี้ถูกจำหน่ายอย่างเปิดเผยในโลกออนไลน์
สินค้าเหล่านี้ถูกจำหน่ายอย่างเปิดเผยในโลกออนไลน์

 

ความต้องการเป็นเรื่องธรรมชาติ

ในวันที่โลกแคบลงและสามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆ ได้ง่ายดายขึ้น หลายคนบอกว่าควรหาประโยชน์จากอุปกรณ์ประเภทนี้มากกว่ากำจัดการเข้าถึงและเอาผิดกับรสนิยมด้านเซ็กส์ของแต่ละคน

“ผิดกฎหมายหนิ แต่ขายกันเกลื่อนถนนเลย” จันทวิภา อภิสุข ผู้อำนวยการมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ องค์กรที่เทำงานด้านส่งเสริมและให้โอกาสพนักงานบริการทางเพศได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนทั่วไปบอกและว่า “พอดีมันเป็นเมืองไทยไง เซ็กส์ทอยเลยผิด”

เขาบอกว่า หากต้องการเราสามารถซื้อมาเล่นได้เลย ถ้าหลบไปซื้อที่ต่างประเทศแล้วลำบากนัก ความจริงเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ตามธรรมชาติแล้วทุกคนต้องการมีเซ็กส์ เพราะฉะนั้นไม่เห็นต้องมีกฎหมายควบคุม กลับกันเซ็กส์ทอยยังเป็นตัวเลือกที่ดีในการตอบสนองทางเพศสำหรับคนที่ไม่มีคู่หรือต้องการเติมเต็มความสุขกับคู่รักด้วย

“เรื่องที่ควรจะควบคุมก็ไม่ควบคุม เรื่องที่ควรจะปล่อยก็ไม่ปล่อย จริงๆ มีช้อนส้อมกินข้าวได้ ก็มีเซ็กส์ทอยได้”

จันทวิภา แนะนำว่า ควรทำเหมือนในหลายประเทศที่เปิดโอกาสให้มีการซื้อขายเซ็กส์ทอยได้อย่างถูกกฎหมายกับบุคคลที่อายุเกิน 18 ปี

“เขาควบคุมอายุ ไม่ได้ควบคุมสินค้าหรือวัตถุ ก็เหมือนกันการบอกว่าอายุ 18 ปีถึงจะสามารถสอบใบขับขี่และขับรถไปบนท้องถนนได้”

 

หญิงแย้ นนทพร และ บุ๋ม ปนัดดา
หญิงแย้ นนทพร และ บุ๋ม ปนัดดา

 

หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข เซเลปสาวเซ็กซี่ บอกว่า เซ็กส์ทอยไม่ใช่อุปกรณ์ที่ทำให้สังคมเสื่อมทราม กลับกันอาจเป็นตัวช่วยลดปัญหาอาชญากรรมและแก้ปัญหาให้กับคู่รักได้อีกต่างหาก อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องควบคุมอายุของผู้ซื้อ

“แต่ละคนมีความสุขและความคิดที่แตกต่างกัน มันเป็นเรื่องรสนิยม ส่วนใหญ่คนไทยก็ไปซื้อหามาจากเมืองนอกอย่างญี่ปุ่นกันจำนวนมากอยู่แล้ว หากทำให้ถูกกฎหมายรัฐบาลยังจะได้ประโยชน์ทางด้านภาษีด้วย”

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นักแสดงสาว เห็นว่า มีสินค้าหลายอย่างที่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรมของประเทศไทย แต่ถูกวางขายอย่างโจ๋งครึ่ม เช่นกันกับเซ็กส์ทอยที่เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปว่าจะหาสินค้าแบบนี้ได้ที่ไหน ในอนาคตควรเปิดกว้างและจัดพื้นที่ค้าขายเป็นลักษณะโซนนิ่ง

“เรารู้กันดีว่ามี แต่ไม่เปิดกว้างพอที่จะยอมรับให้มันถูกกฎหมายได้เหมือนต่างประเทศ คิดว่าทำเป็นโซนนิ่งเลยดีกว่าเพื่อการควบคุม เช่น ซอยคาวบอย แยกอโศก ถนนพัฒน์พงษ์ หรือตามพื้นที่ท่องเที่ยวกลางคืนต่างๆ หากมีร้านเซ็กส์ช้อปในพื้นที่แบบนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกและน่าจะยอมรับกันได้”

บุ๋ม ปนัดดา บอกว่า นอกเหนือจากการทำโซนนิ่งแล้ว ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรงและจริงจังประกอบกันไปด้วย เพื่อให้เกิดการยอมรับของสังคม

“เซ็กส์ทอยเป็นรสนิยมและความตื่นเต้นของแต่ละชีวิตคู่ แค่ไม่ทำผิดกฎหมายหรือริดรอนเบียดเบียนสิทธิคนอื่นก็พอแล้ว” เธอกล่าวทิ้งท้าย ---------------

ภาพจาก boompanadda , yae_uunws