เกาะติด24ชม.แฮปปี้เบิร์ดเดย์แบบ“win win สไตล์ เนวิน ชิดชอบ”

วันที่ 04 ต.ค. 2553 เวลา 22:03 น.
เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับการฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 52 ปี เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ของผู้มีบารมีทางการเมือง นามว่า “เนวิน ชิดชอบ” ที่ดูเหมือนว่าปีนี้จะเป็นปีที่ชีวิตของ “เนวิน” ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ.....

โดย...ชลธิชา เหลิมทอง 

เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับการฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 52 ปี เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ของผู้มีบารมีทางการเมือง นามว่า “เนวิน ชิดชอบ” ที่ดูเหมือนว่าปีนี้จะเป็นปีที่ชีวิตของ “เนวิน” ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งบทบาททางด้านการเมือง และบทบาททางกีฬา แม้ว่าบรรยากาศการเฉลิมฉลองในปีนี้จะไม่ได้จัดงานอย่างเอิกเกริก แต่ในความเรียบง่ายก็มีนัยยะของความยิ่งใหญ่และมากด้วยบารมีของชายผู้นี้แฝงอยู่

 

งานนี้เริ่มจากตลอดบ่ายของวันที่ 3 ต.ค.  เมื่อเวลา 15.00 น.  ที่สนามไอโมบายสเตเดี้ยม ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ หรือทีมประสาทสายฟ้า ที่มี “เนวิน” นั่งเป็นประธานสโมสร ได้เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีม ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร ปรากฎว่า นอกจากสาวกทีมปราสาทสายฟ้าที่มาร่วมเชียร์ทีมโปรดอย่างแน่นขนัดจนเสื้อสีน้ำเงินพรึ่บเต็มสนามแล้วแล้ว  ยังมีบรรดากองเชียร์วีไอพีที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา โดยเฉพาะชาวกระทรวงคลองหลอด หรือ  กระทรวงมหาดไทย ที่พรรคภูมิใจไทย ของเนวิน กำกับอยู่ ไม่ว่าจะเป็น “มานิต วัฒนเสน” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย “ขวัญชัย วงศ์นิติกร” รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย “วิเชียร ชวลิต” รักษาการอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัด อีกคับคั่ง  ไม่ว่าจะเป็น  วิเชียร พุฒิวิญญู    ผวจ.นนทบุรี   ระพี  ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา   พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.บุรีรัมย์  พงษ์ศักดิ์  นาคประดา  ผวจ.ยโสธร เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมชมการแข่งขันแมตย์นี้อย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น  ศักดิ์สยาม ชิดชอบ  อนุทิน ชาญวีรกุล  โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม  ธีระชัย แสนแก้ว ฯลฯ  รวมถึงบรรดากลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย และทีมบุรีรัมย์ฯ  กลุ่มคิงเพาเวอร์  กลุ่มสามารถ ไอโมบาย  กลุ่มไทย แเอร์เอเชีย  กลุ่มไทยเบฟเวอร์เรจ  เป็นต้น  โดยมีแกนนำเชียร์คนสำคัญ อย่าง “กรุณา ชิดชอบ” หรือ “เจ๊ต่าย”  ภรรยาสุดรักของ “เนวิน” ที่งานนี้ลงทุนเพ้นท์หน้าเป็นรูปสายฟ้าสีน้ำเงินสัญลักษณ์ของทีมปราสาทสายฟ้าร่วมเชียร์ “พี่เน” และดูแลเพื่อนฝูง “พี่เน” อย่างใกล้ชิด   และผลการแข่งขันก็จบลงอย่างแฮปปี้ เมื่อทีมปราสาทสายฟ้า สามารถเอาชนะทีมจากเมืองชาละวัน 2-0 ถือเป็นของขวัญวันเกิดสำคัญที่ก่อนวันครบรอบวันคล้ายวันเกิด 1วัน

หลังจากนั้น  “เนวิน”  ได้ลงมาพบปะพูดคุยกับกองเชียร์อย่างใกล้ชิดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและบ่นว่าทีมเล่นไม่ดีมากนักแต่ก็ยังดีที่ชนะ    ก่อนที่จะขอตัวไปดูแล “ผู้หลักผู้ใหญ่”ที่บ้านพักส่วนตัว โดยไม่เปิดให้สื่อร่วมสังเกตการณ์ว่ามีไปที่นั่นบ้าง   ขณะที่ “กรุณา” ก็ได้ทำหน้าที่พานักฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ฯ  ไปฉลองชัยชนะและพบปะแฟนคลับที่ตลาดไนซ์บาซ่าร์ บุรีรัมย์ เพื่อกระจายรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้า สามารถเรียกคะแนนเสียงเป็นจำนวนมากทั้งจากเด็กและผู้ใหญ่ 

 

ต่อจากนั้น เมื่อเวลา 22.30 น. “พี่เน” ได้นัดหมายกับสื่อมวลชนเพื่อเปิดใจให้สัมภาษณ์ในเรื่องต่างๆ  ที่บ้านพักของตัวเอง ซึ่งเป็นเวลาที่แขกวีไอพี กลับไปกันหมดแล้ว   โดยระบุว่าถึงสิ่งที่ปรารถนาสไตล์ “เนวิน” ว่า  อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ก่อนที่จะเปิดประเด็นร้อนฉ่า เรื่องการจับกุมกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 11 คน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ที่ระบุชัดว่า มีเป้าหมายเพื่อลอบสังหารตัวเขาด้วยค่าหัว 20 ล้านบาท

งานนี้เจ้าตัวเปิดใจด้วยเสียงเคร่งเครียด ว่า รู้ตัวมาตลอดเพราะได้รับการเตือนมาอย่างต่อเนื่องว่าจะมีคนจ้องลอบสังหาร พร้อมทั้งย้ำว่า ทั้ง “อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรี “ประวิตร วงษ์สุวรรณ”  รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ต่างก็มีชะตากรรมไม่ต่างกับเขาเลย

ที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าคนที่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้าหน้านายเก่าของเขานั่นเอง เพราะเป็นคนเดียวที่เกลียดเขามากที่สุดและเป็นคนที่มาเงินทองมาจ้างให้คนทำร้ายเขาด้วย  มาถึงวรรคเปิดใจตรงนี้ เนวิน ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า และขอร้องให้เจ้านายเก่า หยุดการกระทำต่างๆ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ต่อบ้านเมือง

“ผมคงไม่ต้องอธิบายว่าคำว่า “ท่าน” หมายถึงใคร เพราะมีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น ผมเป็นคนกล้าพูด ก็เจ้านายเก่าผมนั่นแหละ  ที่ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่เพราะวันนี้ตนเองคงไม่สามารถสร้างความโกรธชังเกลียดแค้นจนกระทั่งต้องหาคนมาทำร้ายผม  คนที่จะโกรธผมเกลียดผมขนาดนี้ในประเทศไทยมีไม่กี่คน แต่คนที่จะมีเงินจ้างจนมาทำร้ายได้มากขนาดนี้ ผมคิดว่ามีคนเดียว ผมพูดชัดแล้วว่าคนที่โกรธผม จนคิดจะทำขนาดนี้ได้มีไม่กี่คน และคนที่มีกำลังเงินที่จะจ้างด้วยวงเงินขนาดนี้  คิดว่าก็คงไม่มีเกินหนึ่งคน”เนวิน ระบุ

 

แกนนำพรรคภูมิใจไทยบอกด้วยว่า   จะทำทุกอย่าง เพื่อให้การนิรโทษกรรมสำเร็จ โดยตั้งเป้าว่าภายในวันที่ 30 พ.ย.จะมีต้องได้รายชื่อผู้สนับสนุนจำนวน 1 แสนชื่อ พร้อมย้ำว่าจะไม่กลับไปเล่นการเมือง และจะไม่เห็นเขาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

“ผมคิดว่าว่า ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมด้วยเจตนาสุจริตบริสุทธิ์เหมือนท่อนฟืนที่ไปอยู่ในกองไฟที่นักการเมืองหรือแกนนำการชุมนุมจุดขึ้น ถ้าเราสามารถชักท่อนฟืนออกจากกองไฟได้ แม้นไฟจะจุดติดแต่ก็ไม่นานและไม่มีอานุภาพในการเผาผลาญและทำลายล้างบ้านเมืองของเราเหมือนในอดีตที่ผ่านมาได้” นายเนวิน กล่าว

เช้าวันที่ 4 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดของเขาบรรยากาศที่บ้านพักของเนวิน คราคร่ำไปด้วยผู้คน รวมเกือบ 500 ชีวิตทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ  พ่อค้าประชาชนที่เห็นหน้ากันชัดๆ เช่น “โสภณ ซารัมย์” “ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ” “อนุทิน ชาญวีรกูล” รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆที่หลั่งไหลมาอวยพรวันเกิด “เนวิน” อย่างเนืองแน่น  ไม่ว่าจะเป็น ลพบุรี สมุทรปราการ เลย   ฯลฯ  โดยภายในงานมีการขายหนังสือที่ระลึก เรื่อง “win win style  เนวิน ชิดชอบ” ซึ่งเป็นหนังสืออัตชีวประวัติเล่มแรกของ “เนวิน” เพื่อให้บรรดาแขกที่มาร่วมอวยพร ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วย

จากนั้นในเวลา 09.00 น. เนวิน ในฐานะประธานสโมสร บุรีรัมย์ PEA ได้ขอตัวออกไปประกอบพิธีวางศิลากฤษ์ สนามฟุตบอลของทีมบุรีรัมย์ PEA แห่งใหม่ ในพื้นที่ของตัวเอง จำนวน 500 ไร่ เพื่อสร้างสนามมาตรฐานยุโรปความจุ 2.4 หมื่นคน งบประมาณ เกือบ 200 ล้านบาท โดยประกาศว่าจะใช้เวลาสร้างแค่ 6 เดือนเท่านั้น เพราะงานนี้มีคนควบคุมงานก่อสร้างระดับวีไอพี อย่าง “เสี่ยหนู” “อนุทิน ชาญวีรกูล” แห่งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) นั่นเอง ประธานสโมสรบุรีรัมย์ฯประกาศกึกก้องว่า เดือนเมษา ปีหน้าจะได้เห็นสนามใหม่แน่นอน 

 

หลังจากนั้นเวลา 10.00 น.ประธานสโมสรทีมบุรีรัมย์ ฯ  ได้จัดแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเปิดตัวการลงนามร่วมกันของบริษัทผู้สนับสนุน ทีมบุรีรัมย์ฯ อย่างเป็นทางการในปี 2554  จำนวน 10 บริษัท ในวงเงิน  100 ล้านบาท โดยมีสปอนเซอร์ที่คุ้นหน้าคุ้นตา  คือ กลุ่มคิงเพาเวอร์ กลุ่มสามารถไอโมบาย กลุ่มไทยเบจเวอร์เรจ กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์  กลุ่มเวิล์ดก๊าซ กลุ่มฟิลลิปส์   การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯลฯ พร้อมประกาศว่า ในปีหน้าจะพาทีมปราสามสายฟ้าเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกให้ได้ และภายใน 5 ปีนี้จะต้องคว้าแชมป์สโมรสระดับเอเชีย  และยังมีโครงการทำให้ทีมบุรีรัมย์ฯ เป็นสโมสรฟุตบอลแบบมหาชน ที่แฟนบอลร่วมเป็นเจ้าของเหมือนทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ทีมเรอัล มาดริด และจะสร้างเมืองบุรีรัมย์ให้เป็นเมืองแห่งฟุตบอลของเมืองไทยให้ได้

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักชื่นมื่น ก่อนจะจบท้ายด้วยฉากสวีทที่บรรดากองเชียร์ทีมปราสาทสายฟ้าเรียกร้องให้ “พี่เน” หอมแก้ม “เจ๊ต่าย” เป็นของขวัญวันเกิดวัย 52 ปีวันเกิดปีนี้ ชีวิตของ “เนวิน” “ WIN  WIN STYLE  เนวิน” ในทุกๆด้าน ทั้งเจ้าของงานวันเกิด และผู้มาร่วมงาน