ร.อ.หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล "ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แทนคนไทย"

  • วันที่ 26 ต.ค. 2560 เวลา 07:58 น.

ร.อ.หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล "ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แทนคนไทย"

โดย...วราภรณ์ ผูกพันธ์

หน้าประวัติศาสตร์ชาติไทยได้ถูกจารึกอีกครั้งหนึ่ง สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศหลายริ้วขบวนฯ มีชื่อของ ร.อ.หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล โอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล เป็น 1 ใน 129 คน จาก 100 ราชสกุล ที่ได้เดินในริ้วขบวนฯ ในส่วนของราชสกุล ถือเป็นการทำงานถวายครั้งสุดท้าย

ร.อ.หม่อมเจ้านวพรรษ์ พระชันษา 39 ปี ทรงดำเนินในตำแหน่งแถวตอนแรก ลำดับที่ 2 จากด้านขวามือ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ “ท่านชายปีใหม่” เผยกับโพสต์ทูเดย์ด้วยคำพูดไม่ถือพระองค์ว่า ขอทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ให้ดีที่สุด โดยถือเป็นการทำแทนคนไทยทุกคนที่ไม่ได้เดินส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

“หน้าที่ในริ้วขบวนฯ ของผมครั้งนี้คือ การเดินในส่วนของราชสกุล ในริ้วขบวนฯ ที่ 2-4 มีระดับฐานันดรศักดิ์หม่อมเจ้าเพียง 2 องค์ คือผม และ พล.ท.หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล ซึ่งจะเดินริมสุดด้านขวามือของผม ที่มีหม่อมเจ้าสามารถเดินถวายงานในริ้วขบวนฯ นี้ได้เพียง 2 องค์ เพราะระหว่างการเดินฝึกซ้อม ต้องอยู่ท่ามกลางแดดและใช้เวลานาน และการซ้อมมีหลายครั้ง ผู้ถวายงานได้ จำเป็นต้องมีร่างกายแข็งแรง ในริ้วขบวนฯ ราชสกุลเดียวกับผม ยังมีอีกหลายท่านที่อยากร่วมเดินในครั้งนี้ แต่สุขภาพไม่อำนวย ส่วนกลุ่มที่เราซ้อมเรียกว่า ตอนการเดินที่ 1 ซึ่งในริ้วขบวนฯ ที่ผมร่วมเดินคือ ริ้วขบวนฯ ที่ 2-5”

เจ้านายระดับหม่อมเจ้าอีกหลายองค์ จะทรงร่วมดำเนินในริ้วขบวนฯ ที่ 5 เช่น พล.ต.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ม.จ.ฑิฆัมพร ยุคล ม.จ.หญิง นภดลเฉลิมศรี ยุคล และท่านหญิงศรีสว่างวงศ์ (ยุคล) บุญจิตราดุลย์ ริ้วขบวนฯ ที่ 5 คือการเชิญพระบรมอัฐิ โดยพระที่นั่งราเชนทรยานไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค.

สำหรับริ้วขบวนฯ ที่ 2 ของราชสกุล ยังมีหม่อมราชวงศ์อีกหลายคน เช่น ราชสกุล “ยุคล” ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล ม.ร.ว.สุทธิพัฒน์ ยุคล ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล หม่อมราชวงศ์จากราชสกุลอื่นๆ เช่น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ม.ร.ว.ดำรงรักษ์ เกษมสันต์ และหม่อมหลวงจากราชสกุลอื่นๆ เช่น พ.ต.อ.ม.ล.พัฒนจักร จักรพันธุ์ ม.ล.วันรัชดา วรวุฒิ ม.ล.กมลสวัสดิ์ วิสุทธิ ม.ล.อนุพร เกษมสันต์ ฯลฯ

ย้อนไปในครั้งอดีต ร.อ.หม่อมเจ้านวพรรษ์ ได้ทรงดำเนินร่วมในริ้วขบวนอิสริยยศ ในงานถวายพระเพลิงพระศพ มาแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ งานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สำหรับเส้นทางการเดินตั้งแต่พระบรมมหาราชวัง ไปจนถึงพระเมรุมาศ ใช้รูปแบบการเดินคือ เดินต่อเท้า เป็นการก้าวเดินช่วงสั้นๆ ก้าวเดินประกอบจังหวะเพลงพญาโศก ใช้เวลาประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง เดินในระยะทางราว 1 กิโลเมตร

ริ้วขบวนฯ ที่ 1 คือการเชิญพระโกศทองใหญ่ โดยพระยานมาศสามลำคาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านทางประตูเทวาภิรมย์ จากนั้นใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง มุ่งไปยังสนามไชย อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ บริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และเข้าสู่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ขบวนที่ 2 ซึ่งตั้งรออยู่ที่แยกวงเวียน รด. และแยกท้ายวัง เป็นวงเวียนจุดตัดถนนสนามไชย

จากนั้นริ้วขบวนฯ ที่ 2 เคลื่อนไปบนถนนสนามไชยเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง และศาลฎีกา เข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งกว่าจะมาถึงพิธีจริง วันที่ 26 ต.ค. ท่านชายปีใหม่ กล่าวว่า ได้ทำการซักซ้อมมาแล้วหลายครั้ง ณ มณฑลทหารบกที่ 11 ก่อนจะซ้อมในสถานที่จริง

“เราต้องเดินช้ามาก ท่วงท่าการเดินต้องพร้อมเพรียงกัน ท่าเดินต้องให้สมพระเกียรติ ซึ่งการเดินให้เหมือนกันทุกคน เป็นสิ่งที่ยาก เพราะหลายๆ คนไม่ได้เป็นทหาร แต่ว่าเรามีสิ่งรวมใจมาเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน การเดินในริ้วขบวนต้องออกมาเรียบร้อยสมบูรณ์ที่สุด

 

 

โดยส่วนตัวผม การซ้อมในสภาพอากาศที่ร้อนนี้ ผมเองขอชื่นชมคนอื่นมากกว่า เพราะผมเองอายุน้อยที่สุดในหม่อมเจ้า ผมยังรู้สึกเหนื่อย แต่อีกหลายคนอยู่ในริ้วขบวน เหนื่อยกว่าผมเยอะ เจ้าหน้าที่ทุกคนทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่กองอำนวยการฯ อาสาสมัครที่รวมใจกันเพื่อให้งานพระบรมศพออกมาสมพระเกียรติที่สุด ตัวผมเองถือว่าเป็นส่วนเล็กๆ เท่านั้นเอง

ทุกคนล้วนทำหน้าที่ของตัวเองออกมาให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้เหมาะสมกับพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีต่อปวงชนชาวไทย ไม่เพียงแต่ราชสกุลยุคลเท่านั้น ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้คนไทยทุกๆ คน ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ของพระองค์ พระองค์พัฒนาหลายสิ่งหลายอย่างเป็นที่ประจักษ์

เนื่องจากเป็นการเดินในช่วงเช้า ในส่วนของผู้เข้าริ้วขบวนฯ ทุกคนต้องมีการเตรียมตัวให้ดีที่สุด เพื่อทำหน้าที่ถวายพระเกียรติให้ดีที่สุด การแต่งกายก็ต้องเป็นระเบียบถูกต้อง และในเรื่องของร่างกายที่ต้องดูแลไม่ให้เจ็บป่วย

“ถ้าเราป่วย เราก็ไม่มีโอกาสถวายงาน โดยส่วนรวมต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ อย่างเช่น คนอายุเยอะยิ่งต้องเตรียมตรงนี้มากกว่าปกติ ผมรู้สึกชื่นใจ ที่เห็นผู้อาวุโสกว่าผมร่วมเดินในริ้วขบวนฯ ด้วย แม้ผมจะรู้สึกเหนื่อยบ้าง แต่หลายๆ ท่านอายุมากกว่าผม ก็สามารถปฏิบัติได้ดี เรียกว่าทุกคนในริ้วเตรียมตัวมาอย่างดี”

ท่านชายปีใหม่ เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ถวายงานเป็นครั้งสุดท้ายว่า ท่านชายเพียงแค่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

“ในครั้งนี้เหมือนเป็นการถวายงานครั้งสุดท้าย เป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะทำให้ดีที่สุด ซึ่งเมื่อผมรู้ตัวว่าได้เดินในริ้วขบวนฯ ความรู้สึกตอนนั้นคือ ดีใจ ปลื้มปีติอย่างแน่นอน เพราะการที่ได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทครั้งสุดท้าย ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ครั้งนี้จึงถือเป็นการถวายงานที่เศร้าโศกกันทั้งประเทศ

ทุกคนล้วนรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 การเดินครั้งนี้ ผมขอทำหน้าที่แทนคนอื่นที่ไม่ได้ร่วมเดิน มีผู้ประสงค์จะถวายงานเยอะมาก แต่ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เช่น จำนวนคนที่อยู่ในริ้วขบวนฯ เยอะมาก จึงมาได้ไม่ครบ ในโอกาสที่ผมได้เป็นตัวแทนคนหนึ่ง ผมจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นตัวแทนประชาชนคนอื่นๆ ด้วย”

แม้ประชาชนคนไทยจะไม่อยากให้วันที่ 26 ต.ค.มาถึง แต่ทุกคนต้องตั้งสติ ทำใจ และยอมรับ ท่านชายปีใหม่ กล่าวว่า ความโศกเศร้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โศกเศร้ามากที่สุดทุกคน แต่เมื่อพระราชพิธีนี้ผ่านพ้นไปแล้ว คนไทยเราควรนำแนวทางพระราชดำริมาใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ