ถ้าให้ระเบิดคอนผีหลง ไทยเสียดินแดน-ขายชาติ

  • วันที่ 17 เม.ย. 2559 เวลา 07:38 น.

ถ้าให้ระเบิดคอนผีหลง ไทยเสียดินแดน-ขายชาติ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ประเทศจีนพยายามดำเนินโครงการ “ปรับปรุงร่องน้ำ” ในแม่น้ำโขงอีกครั้ง โดยเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัวได้รายงานความคืบหน้าว่า จีนจะร่วมมือกับ 5 ประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง เพื่อพัฒนาช่องทางการจัดส่งหลักในเส้นทางแม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง)

“เร็วๆ นี้จะมีการขุดลอกเพื่อเปิดทางให้เรือระวางน้ำหนัก 500 ตัน สามารถเดินทางในแม่น้ำโขงได้ตลอดทั้งปี” รายงานข่าวสำนักข่าวซินหัว ระบุ

วรศักดิ์ มหัทธโนบล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา อธิบายว่า ที่ผ่านมาจีนต้องการใช้แม่น้ำโขงในการคมนาคม แต่มีอุปสรรคเรื่องเกาะแก่ง เป็นเหตุให้เรือระวางน้ำหนักไม่เกิน 100 ตัน แล่นได้เพียงปีละ 6 เดือน ในช่วงฤดูน้ำหลากหรือฤดูฝนเท่านั้น

หากต้องการให้เรือแล่นได้ตลอดทั้งปี คือ 12 เดือน ในทางวิชาการก็คือต้อง “ปรับปรุงร่องน้ำ” ซึ่งคำนี้ครอบคลุมการดำเนินการหลายอย่างในแม่น้ำ และเป็นข้อตกลงร่วมกันของประเทศที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ แต่ในกรณีนี้คือการ “ระเบิดเกาะแก่ง” ในแม่น้ำโขง

สำหรับโครงการปรับปรุงร่องน้ำลึกในแม่น้ำโขงแบ่งออกเป็น 3 เฟส เฟสที่ 1 จะปรับปรุงเพื่อให้เรือระวางน้ำหนักไม่เกิน 100 ตันแล่นได้ตลอดทั้งปี เฟสที่ 2 คือเรือระวางน้ำหนักไม่เกิน 300 ตัน และเฟสที่ 3 คือเรือระวางน้ำหนักไม่เกิน 500 ตัน

“เวลาพูดถึงการปรับปรุงร่องน้ำ สิ่งที่ต้องรู้คือเมื่อปรับปรุงไปแล้วแรงไหลของน้ำจะเพิ่มขึ้นหรือจะเปลี่ยนแปลงไป ก็ต้องศึกษาว่าแรงน้ำที่มันแรงขึ้นจะส่งผลกระทบด้านอื่นๆ หรือไม่ เช่น ทำให้ตลิ่งสองข้างทางพังหรือไม่ ซึ่งในกรณีของแม่น้ำโขงมีการศึกษาแล้วว่าจะทำได้เพียงเฟส 1 เท่านั้น หากทำเฟส 2-3 จะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลิ่งจะพัง

“แต่ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่จีนปฏิรูปเศรษฐกิจ สรณะของจีนคือความโลภ ซึ่งก็เป็นไปได้ที่จีนจะเดินหน้าเฟส 2-3 ต่อ” ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนประเมินความน่าจะเป็น

อาจารย์วรศักดิ์ ให้ภาพต่อไปว่า ทุกวันนี้จีนระเบิดเกาะแก่งปรับปรุงร่องน้ำให้เรือระวางน้ำหนักไม่เกิน 100 ตันไปหมดแล้ว เหลือแต่คอนผีหลง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพียงจุดเดียวเท่านั้นที่ยังทำไม่ได้

นอกจากนี้ เกาะแก่งที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือในแม่น้ำโขงอยู่ในเมียนมา 2 จุด (ระเบิดไปแล้ว) อยู่ในไทยอีก 1 จุด (คอนผีหลง อ.เชียงแสน) และอยู่ในลาวมากที่สุดคือ 9 แห่ง ซึ่งภายหลังมีข้อตกลงระหว่างประเทศ ปรากฏว่ามี “จีน” และ “ไทย” เพียง 2 ประเทศเท่านั้น ที่กระตือรือร้นอยากให้ระเบิด เพราะจะได้ประโยชน์ทั้งคู่

“ในขณะนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจของเมียนมา และลาวยังไม่เติบโตเท่าทุกวันนี้ แต่ที่สุดแล้วเมียนมากับลาวก็ยอมให้ระเบิด ปรากฏว่าจากเกาะแก่งทั้งหมด 12 จุด มีการระเบิดไป 11 จุด เหลือเพียง 1 จุด ที่ยังไม่ระเบิดก็คือคอนผีหลง เชียงแสน ซึ่งเป็นแผ่นหินกลางน้ำขนาดมหึมาค่อนมาทางฝั่งไทย

“ประเด็นสำคัญก็คือในการปักปันเขตแดน (ในกรณีนี้ก็คือไทย-ลาว) จะใช้ร่องน้ำลึกเป็นตัวชี้วัด หากมีการระเบิดก็จะส่งผลให้ร่องน้ำลึกเปลี่ยน ซึ่งจะกระทบต่อเขตแดน ทำให้ประเทศไทยเสียดินแดนตรงแม่น้ำนั้น” วรศักดิ์ ชี้ประเด็น

ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษารายนี้ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในสมัยทักษิณ รัฐบาลไทยเคยยินยอมให้ระเบิดเกาะแก่งบริเวณดังกล่าว แต่กระทรวงกลาโหมได้ทำเรื่องคัดค้าน โดยระบุว่า หากปล่อยให้จีนระเบิดเกาะแก่ง ร่องน้ำลึกก็จะขยับเข้ามาทางประเทศไทย ไทยก็จะเสียดินแดน นั่นทำให้ทักษิณสะดุ้งและสั่งห้ามดำเนินการ เพราะหากทำจนเกิดการเสียดินแดนไป ไม่ว่าจะเป็นที่รักของประชาชนอย่างไรก็คงจะไม่ได้รับเลือกตั้งกลับมาอีก

“คอนผีหลงนี้ใหญ่มาก ทุกวันนี้กลายเป็นอุปสรรคในการเดินเรือของจีน แล้วผมขอบคุณธรรมชาติที่สร้างมาไม่ให้เราระเบิด” วรศักดิ์ ระบุ

วรศักดิ์ กล่าวว่า หากประเทศไทยยินยอมให้จีนระเบิดคอนผีหลงจะสูญเสียดินแดนเป็นบริเวณที่ใหญ่มาก แผ่นดินไทยจะร่นเข้ามา เมื่อคอนผีหลงหายไปประเทศลาวก็จะได้แม่น้ำโขงไปมหาศาล คือคอนผีหลงมันใหญ่และยาวมาก ที่เห็นๆ กันใน อ.เชียงแสน คือจุดที่เป็นเกาะชัดๆ แต่ข้างใต้น้ำนั้นมันเป็นหินยาวอีกหลายกิโลเมตร ถ้าปรับปรุงร่องน้ำก็ต้องระเบิดทิ้งทั้งหมด

“ถามว่าลาวกับจีนรู้นัยเรื่องความมั่นคงหรือไม่ เขารู้หมด จริงๆ จีนก็รู้ว่าถ้าระเบิดคอนผีหลงแล้วก็จะเป็นอย่างนี้ แต่รัฐบาลไทยไม่พูดเอง แล้วยังทำทีว่าอยากจะระเบิดอีก คือนักการเมืองไทยคิดแต่กำไรอย่างเดียว แต่ฝ่ายความมั่นคงเขารู้กันมานานแล้ว แต่เขาก็ไม่พูด แต่พอถึงเวลาที่รัฐบาลทักษิณจะทำเขาเลยต้องคัดค้าน

“ทีนี้พอไทยบอกกับจีนไปว่าระเบิดไม่ได้ จีนเขาก็รู้อยู่ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้าเกิดลักไก่ได้มันก็ได้ประโยชน์ เกิดไทยเสียดินแดนขึ้นมา จีนก็บอกว่าไม่รู้ ช่วยไม่ได้ แล้วยอมให้ระเบิดทำไม เพราะว่ากันตามตรงเป็นจีน จีนก็คงไม่ให้ระเบิด ตราบใดความคิดรัฐประชาชาติยังไม่หมดไปจากโลกนี้ เกาะนี้จะระเบิดไม่ได้ ยกเว้นใครจะขายชาติก็อีกเรื่อง” อาจารย์จุฬาฯ ระบุ

อย่างไรก็ดี อธิบายเพิ่มเติมว่า ในสมัยทักษิณแม้เอ็นจีโอจะประท้วงเรื่องนี้ แต่รัฐบาลไม่ยอมฟัง แต่พอกระทรวงกลาโหมทักท้วงนายกฯ ทักษิณจึงยอมรับ  ฉะนั้น วรศักดิ์ เห็นว่าหากรัฐบาลปัจจุบันยอมให้ระเบิดคอนผีหลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมโดนกระทืบ เพราะจะเท่ากับขายชาติ

ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จีนจะระเบิดเกาะแก่งเพื่อเปิดทางสำหรับเรือรบ? วรศักดิ์ มองไม่เห็นเหตุผลที่จีนจะทำเช่นนั้น เพราะจีนไม่ได้เป็นศัตรูกับเมียนมา ลาว หรือไทย ถึงแม้จีนจะมีโครงการปรับปรุงร่องน้ำให้เรือระวางน้ำหนักไม่เกิน 500 ตัน แต่ก็คงไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้

“ถ้าจีนจะปรับปรุงร่องน้ำให้เรือระวางไม่เกิน 500 ตันจริง มีปัญหาแน่ เพราะกรมเจ้าท่าเคยบอกผมเองว่าให้ได้ไม่เกิน 100 ตัน แต่เรื่องนี้ผมก็เพิ่งทราบ และข่าวก็สั้นมากและยังไม่มีรายละเอียดเท่าใด จึงต้องดูก่อนว่า 500 ตันนี่อยู่บนเงื่อนไขอะไร และอยู่ตรงไหน แต่ถ้าจีนทำจริง เขาจะได้ประโยชน์จากการค้าได้อีกมหาศาล” อาจารย์วรศักดิ์ ระบุ

นอกจากเรื่องเกาะแก่งแล้ว จีนยังออกแรงผลักดันโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมเส้นทางคมนาคม ในมุมของวรศักดิ์ มองว่า แม้โดยหลักการไทยต้องการให้โครงการนี้เกิด แต่ถ้าถามถึงความจำเป็นตอนนี้คิดว่าทุกฝ่ายได้ข้อสรุปเหมือนกันว่ายังไม่จำเป็น

“สมมติสร้างรถไฟฟ้าทางคู่ ถ้าทำได้ในประเทศไทยซึ่งมีขนาดเล็ก คุณได้รถไฟทางคู่ที่มีความเร็ว 160-180 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผมว่าคนไทยก็มีความสุขแล้ว เพราะปัจจุบันเป็นทางเดี่ยว ความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง

“กรณีนี้สำหรับจีนแล้วเขาคิดต่างกับไทยอยู่เรื่องหนึ่ง คือถ้าไทยทำเขาก็อยากให้ทางลาวทำด้วย เพราะจะได้เชื่อมต่อกัน เป็นเรื่องของการค้า เรื่องเส้นทางสายไหมของเขาแต่สำหรับไทย แม้ว่าลาวทำหรือไม่ทำ ก็ไม่มีความหมายต่อไทย ขอแค่ไทยมีทางคู่เฉพาะใช้ภายในประเทศ ผมคิดว่ามันก็คุ้มค่าแล้ว เพราะประชาชนรอคอยมาหลายสิบปีแล้ว”

วรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจีนจะสร้างหรือญี่ปุ่นจะสร้าง เป็นเรื่องของรายละเอียด และเงื่อนไขการลงทุน แต่หากไม่ทำทางคู่ ไทยจะมีปัญหาในอนาคตในระยะยาว ส่วนกระแสที่บอกว่าก่อนหน้านี้ลาวจะสร้างแล้วไม่สร้างนั้น เล่าลือกันว่าจีนมีเงื่อนไขอันหนึ่งคือขอบริหารพื้นที่ซ้ายขวาของทางรถไฟข้างละ 5 กิโลเมตร และขอเอาครอบครัวจีนมาอยู่ 5 หมื่นครอบครัว

“เรื่องนี้ผมก็ตรวจสอบจากทางจีน จีนก็ปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าข่าวนี้มาได้อย่างไร แต่เขาวิเคราะห์ให้ฟังว่าเป็นเพราะปัจจุบันคนลาวไม่ชอบคนจีน เพราะมันเข้ามาเยอะแล้ว พอจะสร้างทางเลือกนี้มันก็มีการเล่าลือกันไปต่างๆ นานา

“แต่ผมคิดว่าเรื่องที่น่าคิดและคิดว่าอาจจะมีมูลก็คือเรื่องสองข้างทาง ซึ่งทุกประเทศเวลาเจรจาการลงทุนในเรื่องนี้ เขาก็จะเจรจาด้วยว่าสองข้างทางนี้ใครจะเป็นคนบริหารจัดการ มันไม่ใช่เรื่องแค่การตั้งสถานีเพียงอย่างเดียว เพราะพอคุณตั้งสถานีแล้วมันก็จะเกิดชุมชนขึ้นมา ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศจะตกลงกันอย่างไร” อาจารย์ศูนย์จีนศึกษา ระบุ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ