"เสียวOutdoor" เทรนด์อันตรายชาวสีรุ้ง

  • วันที่ 30 ต.ค. 2557 เวลา 22:15 น.

"เสียวOutdoor" เทรนด์อันตรายชาวสีรุ้ง

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

ภาพชายหนุ่มหน้าตาดีถ่ายเซลฟี่ พร้อมงัดอวัยวะเพศขึ้นโชว์ โดยมีฉากหลังเป็นท้องถนนที่มีรถพลุกพล่าน สะพานลอย สวนสาธารณะ แม้กระทั่งห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน สร้างความตกอกตกใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า นี่คือกระแสการถ่ายภาพแบบโชว์ของลับนอกสถานที่ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของบรรดาเกย์ผู้นิยมความตื่นเต้นเร้าใจบางครั้งเลยเถิดถึงขั้นมีเซ็กซ์กันอย่างโจ๋งครึ่มไม่อายฟ้าดิน

หารู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนี้ เสี่ยงต่อการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ผิดกฎหมายข้อหาอนาจาร ก่อความเดือดร้อนรำคาญใจแก่ผู้อื่นอย่างไม่น่าให้อภัย

สมาคมนิยมเอาท์ดอร์

เทรนด์ถ่ายรูปแบบนี้มีมานานแล้ว ยิ่งยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก อยากได้ฟอลโลเยอะๆก็ต้องสรรหาภาพเจ๋งๆมาอวด การแก้ผ้าโชว์ของลับมันธรรมดา บางคนเลยสร้างความแปลกใหม่ สร้างสีสันด้วยการถ่ายอวัยวะเพศแบบเอาท์ดอร์ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ห้องน้ำห้าง สวนสาธารณะ อาคารร้าง ทุ่งนา สะพานลอย ลานจอดรถไร้ผู้คน ทั้งโชว์เฉยๆ ช่วยตัวเองโชว์ หรือนัดไปมีอะไรกันเลย

ยิ่งถ่ายยากก็ยิ่งดูเจ๋ง คนยิ่งฮือฮาว่าใจกล้าจัง ของใหญ่ใจ ของสวย อยากอม อยากเอา จากนั้นจะเข้าไปส่งข้อความทางอินบอกซ์ว่าชอบเหมือนกันเลย นัดกันไปถ่ายรูป สุดท้ายก็ลงเอยด้วยเซ็กซ์”

เบิร์ด พนักงานบริษัทหนุ่มวัย 32 เล่าให้ฟังถึงวีรกรรมฉาวที่กำลังแพร่หลายในแวดวงชายรักชาย เขาเปิดโผรายชื่อ สถานที่ยอดนิยมที่เกย์มักไปรวมตัวมั่วสุมทางเพศ มีตั้งแต่ห้องน้ำในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแทบทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ ทั้งปิ่นเกล้า , ลาดพร้าว, ดาวคะนอง

โดยเฉพาะห้องน้ำบางชั้นของห้างย่านรัชดาฯถึงขั้นมีคนไปเจาะรูบนผนังห้องน้ำเพื่อสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปให้คนอีกฝั่งทำออรัลเซ็กซ์ จนแม่บ้านทนไม่ไหวต้องหาไม้อัดมาปิดทับ

สวนสาธารณะดังๆก็มีแถวย่านพุทธมณฑลสาย 2 ถนนศรีนครินทร์ ใต้ทางด่วนพระราม 9  สะพานรัชชวิภา คลองจั่น เขาเรียก “สวนทวาร” กลางวันเน้นถ่ายรูป กลางคืนถึงทำกิจกรรม ส่วนมากเป็นสวนหย่อมเล็กๆที่เวลาเย็นๆมีคนไปวิ่งออกกำลังกาย ตกกลางคืนก็จะมีคนขับรถไปเทียบ สอดส่ายสายตามอง ดูว่ามีคนเยอะไหม ใครน่าสนใจ ถูกใจกันก็จูงมือไปเล่นกันบนรถ ไม่ก็หาทำเลตามหลังแนวพุ่มไม้ บางคนชอบแจมก็นัวเนียกัน 3-4-5 คน เหมือนงูกินหาง”

ทว่าสถานที่โด่งดังเป็นที่ร่ำลือที่สุด หนีไม่พ้นห้องน้ำในปั๊มน้ำมันใหญ่แห่งหนึ่งริมถนนวิภาวดีรังสิต ละแวกสุทธิสาร

“พฤติการณ์ก็คือพวกนี้จะจับกลุ่มกันนั่งๆยืนๆอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ สบโอกาสช่วงที่ไม่มีคนนอกที่ไม่ใช่คอเดียวกัน ก็จะพากันเข้าไปยืนเต็มโถปัสสาวะด้านหลัง ใครที่ควักอวัยวะเพศแข็งผิดปกตินั่นแหละคือกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นก็จะช่วยตัวเองกันสนุกสนาน ระหว่างนั้นใครถูกใจใครก็จะชวนไปเข้าห้องน้ำด้านในเพื่อมีเพศสัมพันธ์กันต่อจนเสร็จ”

โก้ นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังย่านดินแดงวัย 21 ขาประจำคนหนึ่ง มองว่าเหตุที่เกย์บางจำพวกนิยมนัดมีตติ้งกันตามสถานที่สาธารณะ เนื่องจากตื่นเต้น เร้าใจ แถมยังฟรี ไม่ต้องเสียเงินค่าตัว ค่าโรงแรม

“ที่นี่แบ่งเป็นสองช่วง 20.00  น.และ หลังเที่ยงคืน ค่ำๆคนจะคึกคัก ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน นักศึกษา นักเรียนขาสั้น ใส่ชุดรด.มาก็มี เคยอยู่หนนึงแทบอึ้งนึกว่าดารา หล่อ แต่งตัวดี ขับเบนซ์ บางคนดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ พวกนี้ไม่กล้าเที่ยวเซาน่า บาร์เกย์ กลัวคนรู้จัก เลยต้องอาศัยสถานที่แบบนี้ มาไวเสร็จไว กลับบ้านนอน ส่วนหลังเที่ยงคืนจะเป็นพวกเมามาจากผับ หาคู่นอนไม่ได้ ก็มาด้วยความหวังเต็มที่

บางคนพกถุงยางอนามัย บางคนพกเจลหล่อลื่นแบบซองมาด้วย ถึงยังไงก็เสี่ยงโรคแน่นอน ใครจะไปรู้ว่าไอ้นี่ติดโรคมั้ย ไอ้นี่สกปรกหรือเปล่า เคยเห็นบางรูปน่ากลัวมากมีทั้งสดไม่ใส่ถุง กินน้ำ  รดใส่หน้า ถามว่ากลัวโดนจับมั้ย อาจจะอายนิดหน่อยตอนโดนจับ แต่สุดท้ายตำรวจก็แค่ตักเตือน อย่างมากก็ปรับเงินแล้วปล่อยโทษไม่แรง เดี๋ยวก็กลับมาอีก”เขาส่ายหัว

ยุพิน แม่บ้านทำความสะอาดรายหนึ่ง บอกอย่างไม่สบอารมณ์ว่าใช้วิธีถูพื้นบ่อยๆก็แล้ว ด่าก็แล้ว ขู่ว่าจะแจ้งตำรวจจับก็แล้ว แต่ดูเหมือนพวกนี้จะไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น

“บางคืนมีเกือบ 20 คน ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ เหนื่อยจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แจ้งผู้บริหารไป เขารับปากว่าจะรีบดำเนินการอะไรสักอย่าง ก็ดีเหมือนกัน เพราะตอนนี้คนเขาไม่กล้าเข้าห้องน้ำกันแล้ว”

เสี่ยงโรคเสี่ยงภัย

จากข้อมูลของคลินิกสุขภาพชาย ศูนย์โรคเอดส์ สภากาชาดไทย ระบุว่า 3 อันดับโรคติดต่อทางเพศที่ตรวจพบบ่อยที่สุดในรอบปี 2555 คือ หูดหงอนไก่ หนองใน และซิฟิลิส

ลูกค้าส่วนใหญ่อายุ 18-25 ปี มีทั้งมาตรวจหาเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปรึกษาปัญหาการใช้ชีวิตคู่ระหว่างคนที่ติดเชื้อและคนไม่ติดเชื้อ ส่วนใหญ่มีอาการปิดปกติถึงมาตรวจ ถ้าไม่มีก็ไม่มา

ปัจจัยเสี่ยงมาจากพฤติกรรมบางคนที่ไว้ใจคู่นอนตัวเอง แรกๆอาจป้องกัน แต่หลังๆสนิทใจกันจึงหยุดใช้ถุงยางอนามัย จริงๆแล้วแฟนกันควรตรวจเลือดทุก 3 และ 6 เดือน เพื่อหาเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไวรัสตับอักเสบบี หรือซี ก่อนตัดสินใจไม่ใช้ถุงยางระหว่างกันและกัน”ชาญวิทย์ ปาคำ เจ้าหน้าที่ประจำคลินิกสุขภาพชาย ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ให้ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ www.adamslove.org แคมเปญที่จะมุ่งให้ความรู้ และนำเสนอวิธีดำเนินชีวิตอย่างชาญฉลาดให้แก่กลุ่มชายรักชายในเมืองไทย

บำบัดอาการ ‘ติดเซ็กซ์’

อย่างไรก็ตาม นที ธีระโรจน์พงษ์ ประธานกลุ่มเชียงใหม่อารยะ บอกเสียงกร้าว การกระทำเช่นนี้สร้างความเสื่อมเสียให้กับชาวสีม่วงเป็นอย่างยิ่ง

"อยากวิงวอนขอคนกลุ่มนั้นว่าเวลาจะคิดอะไร ทำอะไร อย่าออกนอกกรอบ ต้องใช้คำว่า 'อย่าละเมิดสิทธิ์' บางพื้นที่เราไปละเมิดสิทธิ์คนอื่น เช่น ห้องน้ำสาธารณะ การไปชะโงกดู โชว์ของลับ อย่าลืมว่ามีคนอีกจำนวนหนึ่งในห้องน้ำอึดอัดมาก เหมือนดูถูกกัน นี่คือการละเมิดสิทธิ์

เคยให้คำปรึกษาคนที่มีรสนิยมชอบแบบเอาท์ดอร์ พบว่ามันเหมือนการเสพติดอย่างหนึ่ง เขาอยู่ด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ จนกระทั่งอดไม่ได้ เหมือนคนเสี้ยนยา แต่นี่เสี้ยนเซ็กซ์  รู้ว่าไม่ดี แต่อดไม่ได้ เสี่ยงแต่แลกความคุ้มค่า กลับออกมาก็รู้สึกโล่ง สบาย นี่เป็นอาการทางจิตนะ ไม่ใช่รสนิยม

ผมคิดว่าการลงโทษทางกฎหมายไม่ใช่ทางแก้ไขที่ดี คนเหล่านี้ต้องได้รับการบำบัดโดยจิตแพทย์ ครอบครัว คนใกล้ชิดก็ต้องช่วยกันพูดคุย ประเด็นนี้ต้องให้ความสำคัญเร่งด่วนเลย เพราะมันเริ่มจะเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ไปแล้ว"

เทรนด์ ‘เสียวนอกสถานที่’ อาจเป็นวีรกรรมอันโลดโผนน่าตื่นเต้นเพียงชั่วครั้งชั่วครู่ แต่ผลสุดท้ายอาจนำไปสู่ปัญหาอีกนานัปการที่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ