เขมรอ้อนอาเซียนส่งจนท.สังเกตการณ์ชายแดน

  • วันที่ 16 ก.พ. 2554 เวลา 20:34 น.

กัมพูชาเดินเกมร้องอาเซียน วอนให้ส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ชายแดน อ้างไทยเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของยูเอ็นเอสซี ด้านกษิตให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นยันคำตอบปัญหาอยู่ที่ฮุนเซน

นาย ฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวหาประเทศไทยอีกแล้วว่า ประเทศไทยเพิกเฉยต่อการเรียกร้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่ให้ใช้ความอดทนอดกลั้นต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกันนั้น ยังได้ขอให้สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ส่งคณะเจ้าหน้าทีสังเกตการณ์ ลงพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดนไทย

รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาชี้ว่า ถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับอาเซียนที่จะต้องเข้ามาร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นว่าจะเกิดสันติภาพขึ้นตามแนวชายแดนไทยใกล้กับปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นจุดพิพาทที่ทำให้เกิดการปะทะทางทหารมาอย่างต่อเนื่อง

“เราจะขอให้คณะผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้ามายังพื้นปราสาทพระวิหารเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะเกิดการหยุดยิงถาวรขึ้น และจะดูว่าฝ่ายไทยจะยอมรับเรื่องนี้หรือไม่” รัฐมนตรีกัมพูชากล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่กรุงพนมเปญ โดยกัมพูชาจะทำการร้องเรียนอย่างเป็นทางการในระหว่างการประขุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ที่กรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย

ท่าทีของรัฐมนตรีกัมพูชาในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ นายฮุนเซน นายกฯกัมพูชา เพิ่งจะได้กล่าวถึงสันติภาพเป็นครั้งแรกต่อสถานการณืข้อพิพาทที่เกิดขึ้น โดย นายฮุนเซน ได้กล่าวในระหว่างการเดินทางเยี่ยมหมู่บ้านต่างๆในจังหวัดบันทาย เมินเจย ใกล้ชายแดนไทยว่า กัมพูชาต้องการสันติภาพกับเพื่อนบ้านเพื่อการพัฒนาประเทศต่อไป

"นโยบายหลักของเราคือการเปลี่ยนแปลงสนามรบให้เป็นสนามการค้า และพัฒนาพื้นที่ต่างๆ เราจะเปลี่ยนให้ชายแดนของเรากับเพื่อนบ้านทั้งหมดเป็นชายแดนแห่งสันติภาพ มิตรภาพ และความร่วมมือ"นายฮุนเซนกล่าว

ด้าน นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยได้ให้สัมภาษณ์สดกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ของสหรัฐเมื่อวานนี้ ดังต่อไปนี้

ถาม - เพราะเหตุใดประเทศไทยถึงไม่ต้องการให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง และยังยืนยันในการเจรจาทวิภาคี

ตอบ - ผมไม่คิดว่าเราไม่ต้องการให้ยูเอ็นยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เราเชื่อว่าเรามีกลไกซึ่งกำลังดำเนินการอยู่แล้ว และกลไกที่ว่าก็คืออาเซียน ด้วยเหตุที่ว่าเราเป็นครอบครัวอาเซียน ภายใต้กฎบัตรอาเซียน ดังนั้น ผมเชื่อว่าอาเซียนจะช่วยผลักดันกระบวนการในระดับทวิภาคีได้ ซึ่งนั่นเป็นทางเลือกที่ดี แทนที่จะผลักปัญหาหรือภาระต่างๆ ให้องค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งผมคิดว่าทางคณะมนตรีมีภาระปัญหางานให้ต้องสะสางมากพออยู่แล้ว ผมคิดว่าในฐานะพลเมืองที่ดีของประชาคมโลก และสมาชิกที่ดีของสหประชาชาติ ผมคิดว่าเราควรหลีกเลี่ยงภาระงานให้กับสหประชาชาติ

ถาม - ถ้าการพูดคุยระดับทวิภาคีได้ผลจริง ทำไมถึงยังเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้

ตอบ - ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับคนๆ หนึ่งในอีกฝั่งหนึ่งของชายแดน ผมคิดว่าเรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่กับฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองประเทศ และมีอำนาจในการตัดสินใจทุกอย่าง ถ้าหากว่าพรุ่งนี้ หรือในนาทีนี้ ฮุนเซนพูดว่าอยากกลับคืนสู่โต๊ะเจรจา การเจรจาหารือย่อมดำเนินต่อไปได้ และหาก นายฮุนเซนกล่าวว่าจะมีการหยุดยิงแน่นอน ทหารทุกคนในกัมพูชาย่อมต้องฟังท่าน ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่านผู้นำคนเดียวเท่านั้น ว่าจะเลือกด้านไหน และทางไทยยังคงเชื่อว่าหากเรายังคงยึดการพูดคุยเป็นหลัก เราก็ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดี ในขณะเดียวกัน เราก็ยึดมั่นกับกลุ่มอาเซียนด้วย ถ้าเรายิ่งทำให้เรื่องเป็นระดับนานาชาติมากเท่าไร เรายิ่งต้องมีการเผชิญหน้ามากขึ้นเท่านั้น ไทยเราไม่เชื่อว่าการเผชิญหน้าจะเป็นทางออกของปัญหาได้ ผมคิดว่าเราควรที่จะพยายามมีการพูดคุยกันให้มากขึ้น และทางฝ่ายไทยเองก็พร้อมที่จะพูดคุยเจรจาอยู่เสมอ

ถาม - การปะทะกันในครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านนับพันต้องหนีภัย ขณะที่ทหารเองก็ต้องสูญเสียกำลังพล ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ท่านคิดว่ามันคุ้มค่าหรือเปล่า

ตอบ - ผมคิดว่าคุ้มค่าเสมอ ในทัศนะของผม คำว่า ขอบเขตแผ่นดิน มีความสำคัญอย่างมากของความเป็นชาติรัฐ และตามที่ผมได้ย้ำอยู่เสมอว่า ไทยเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นยิงก่อน เราต้องปกป้องตนเอง ขณะเดียวกัน ไทยคือประเทศประชาธิปไตย ทุกสิ่งที่รัฐบาลทำ หรือไม่ทำ ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และประชาชนของเราก่อน ดังนั้น ด้วยกระบวนการทั้งหมดข้างต้น เมื่อเราพูดว่าเราพร้อมที่จะเจรจา เราหมายความตามนั้นอย่างแน่นอน เราปรารถนาที่จะให้มีการเจรจา และเราปรารถนาที่จะรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศกัมพูชา เราต้องทำ และต้องทำให้สำเร็จลุล่วง ในฐานะที่เป็นพันธมิตรกับกัมพูชา และใน
ฐานะประเทศผู้บริจาคช่วยเหลือพัฒนาในด้านสังคมและเศรษฐกิจ

ผมคิดว่าภาระงานทั้งหมดอยู่ที่อีกฝ่ายหนึ่งมากกว่าเพราะการปกครองทั้งหมดของกัมพูชาอยู่ในมือของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี และหากว่าท่านปรารถนาที่จะสานต่อการพูดคุย ผมเชื่อมั่นอย่างจริงใจว่าเราสามารถสืบสานสายสัมพันธ์อันดีต่อกัน และสร้างสรรค์ประชาคมอาเซียนได้ในที่สุด

ถาม - เมื่อเรื่องทุกอย่างสิ้นสุด ไทยก็จะยังต้องเป็นเพื่อนบ้านกับกัมพูชาต่อไป แล้วประเทศไทยคิดว่าจะต่อสู้ไปได้อีกนานแค่ไหน

ตอบ -   ผมคิดว่าเราไม่ต้องการการต่อสู้ เราต้องการการเจรจา เราต้องการความร่วมมือ เราต้องการสานสายสัมพันธ์ เราต้องการสร้างประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำตลอดมา เราไม่ได้มีปัญหากับกัมพูชา เราต้องการเห็นประเทศกัมพูชามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราไม่ต้องการเห็นความด้อยพัฒนาทั้งหลายในประเทศกัมพูชา

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ