"จุรินทร์"ห่วงกฎหมายลูกยังไม่เสร็จยุบสภาแล้วจะไปต่ออย่างไร

วันที่ 23 ม.ค. 2565 เวลา 15:27 น.
"จุรินทร์"ห่วงกฎหมายลูกยังไม่เสร็จยุบสภาแล้วจะไปต่ออย่างไร
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้ปัญหาพปชร.กระทบเสถียรภาพรัฐบาล ตอบแทนไม่ได้เมื่อไหร่จบ ย้ำอีก ปชป.เป็นสถาบันการเมือง รู้หน้าที่ทั้งในฐานะฝ่ายบริหารและฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่เขตดอนเมือง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ พร้อมด้วย ว่าที่ผผู้สมัครส.ก.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันลงพื้นที่ มอบ “ถุงน้ำใจ ปชป.” ให้กลุ่มเปราะบางที่ชุมชนปิ่นเจริญ 2 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมตรวจเยี่ยมโครงการโมบาย พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน การลงพื้นที่วันนี้มีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกับอวยพรให้นายจุรินทร์ได้เป็นนายกฯ อีกด้วย

นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า มามอบถุงยังชีพ ปชป. จากมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช มามอบให้กับกลุ่มเปราะบาง ในเขตชุมชนปิ่นเจริญ 2 พร้อมกับถือโอกาสเปิดตัว นายศิววงศ์ วงศ์พิชญา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตดอนเมือง ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง จากการเป็นผู้ช่วย ส.ส. และเป็นอดีต ส.ข. จบปริญญาโทมหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ด มีคุณสมบัติครบถ้วน จึงหวังว่าพี่น้องเขตดอนเมืองจะให้โอกาสในการเลือกตั้ง ส.ก. ที่จะมีการเลือกตั้งพร้อมกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่พรรคประชาธิปัตย์ส่ง “เอ้ สุชัชวีร์”

ผู้สื่อข่าวถามโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้งซ่อม กทม. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าไม่มีความเห็น เพราะประชาธิปัตย์ไม่ได้ส่ง ด้วยเหตุผลอะไรนั้นไม่ขอย้ำ เป็นที่ทราบกันแล้ว สำหรับผู้สมัครของพรรคได้เตรียมไว้แล้วในการเลือกตั้งทั่วไป คือ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ แม้เราไม่ได้ส่งเลือกตั้งซ่อม แต่ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลังเลือกตั้งซ่อมแล้ว ตนจะได้ลงพื้นที่กับว่าที่ผู้สมัครอีก เพียงแต่ยังไม่อยากลงพื้นที่ตอนนี้ จะกลายเป็นกระทบการเลือกตั้งซ่อมที่พรรคอื่นเขาแข่งกันอยู่

เมื่อถามว่า ผลโพลของนิด้าที่เกี่ยวกับชนะของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้อย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า ผลสำรวจสรุปว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะทั้งที่ ชุมพร สงขลา ด้วย 2 เหตุผลหลัก คือ 1. เป็นเพราะพรรคประมาณ 70% 2. เป็นเพราะผู้สมัครของเราเด่นกว่า 30% ซึ่งเป็นแนวเดียวกับที่เราวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่เราได้รับชัยชนะเกิดจากเหตุผลอะไร แต่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพรรค 70 ผู้สมัคร 30 ที่เด่นกว่าผู้สมัครพรรคอื่นนั้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเสียงสวรรค์ของประชาชนที่มอบให้ ไม่ว่าพรรคจะเด่นอย่างไร ผู้สมัครจะเด่นอย่างไร ถ้าพี่น้องไม่มาลงคะแนนให้โอกาสชนะมันก็ไม่มี

“ขอถือโอกาสขอบคุณพี่น้องชาวชุมพร กับสงขลาอีกครั้ง และวันที่ 29 ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมจะลงไปที่สงขลา เพื่อขอบคุณพี่น้องประชาชนที่นั่นที่ช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ และเพื่อไปยืนยันว่าพรรคก็จะกำกับดูแลผู้แทนของพรรคทั้ง 2 คนที่เป็นหน้าใหม่ ให้ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบทั้งหน้าที่ในพื้นที่ และหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรต่อไปให้คุ้มค่ากับที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส ถูกพรรคพลังประชารัฐขับออกจากพรรค หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาภายในของพรรคพลังประชารัฐ ตนไม่ขอวิจารณ์ลึกลงไปในรายละเอียด แต่ถ้าจะถามว่าจบหรือยังนั้น ตนก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะไปตอบแทนได้ว่าจบหรือไม่จบอย่างไร แล้วถ้าถามว่ามีผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ ในภาพรวมก็ต้องยอมรับว่าอาจมีผลกระทบ แต่ทั้งหมดก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงว่า ในการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ผลจะปรากฏออกมาอย่างไร รัฐบาลยังมีเสียงที่แน่นเหนียวกับรัฐบาลจำนวนเท่าไหร่ และฝ่ายค้านเหลือเท่าไหร่ ฝ่ายค้านเขาก็มีของเขาอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงด้วยว่าสุดท้ายแล้วเสียงจะเป็นอย่างไร ขณะนี้คิดว่ายังแกว่งอยู่ ยังคาดการณ์เป็นข้อสรุปขั้นสุดท้ายยังไม่ได้ เพราะยังปรากฏข่าวที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนว่าสุดท้ายแล้วเสียงที่อยู่กับรัฐบาลมีเท่าไหร่ เสียงที่คาดว่ายังไม่มีความแน่นอนมีจำนวนเท่าไหร่ ก็ต้องดูต่อไป

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง หลายคนก็พยายามถามเรื่องยุบสภาว่าจะมียุบสภาหรือไม่ อันนี้ตนก็ยิ่งตอบไม่ได้ เพราะยุบสภาเป็นอำนาจท่านนายกฯ ประเทศไทยของเราส่วนใหญ่ถ้ายุบสภา ก็หมายความว่ามันจะต้องเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดปัญหาทางการเมือง ขณะนี้มันก็ยังไม่เกิด แต่ถ้าเกิดมายุบตอนนี้มันจะมีปัญหาอีกข้อนึงตามมา คือปัญหาเรื่องกฎหมายลูกที่ยังไม่มี ฉะนั้นจะไปต่อได้อย่างไร ถ้าเกิดยุบสภามีแต่รัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกที่จะเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ กติกา และการกำกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึงยังไม่ออกมาแล้วจะไปยังไง อันนี้ก็เป็นคำถามอยู่

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์กล่าวว่า จุดยืนประชาธิปัตย์มีความชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องการทำงานกับรัฐบาล อย่างที่เคยย้ำไว้ เราเป็นสถาบันทางการเมือง เรารู้หน้าที่ดีว่า หน้าที่ของเราคืออะไร ทั้งหน้าที่ในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหารในคณะรัฐบาล และหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐสภาในระบบรัฐสภา

“พรรคประชาธิปัตย์รู้ว่าอะไรคือหน้าที่ของเรา อะไรคือสิ่งที่เราควรทำ อะไรคือสิ่งที่เราต้องทำ อันนี้ไม่ต้องกังวล ผมก็ยืนยันแล้วว่า ยุคนี้ประชาธิปัตย์ต้องเน้นเรื่องการทำหน้าที่ ทุ่มเท ทำงานหนักให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะเรามีเวลาจำกัด โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ว่ารัฐบาลอยู่ได้ไม่เกินเท่าไหร่ ฉะนั้นต้องใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดนี้ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนให้ได้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว