สุเทพ ขึ้นศาลสู้คดีทุจริตสร้างโรงพัก มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม

วันที่ 30 พ.ย. 2564 เวลา 10:03 น.
สุเทพ ขึ้นศาลสู้คดีทุจริตสร้างโรงพัก มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม
"สุเทพ" ขึ้นศาลฎีกานักการเมือง สู้คดีทุจริตสร้างโรงพัก 396 แห่ง มั่นใจในข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม ยันทำตามมติ ครม. ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตเหตุใด ป.ป.ช.ฟ้องเอง เพราะอัยการสั่งไม่ฟ้อง

เมื่อเวลา 08.30น. วันที่ 30 พ.ย. 64 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงแหน่งทางการเมือง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้เดินมาศาลฏีกาแผนกอาญาผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง สนามหลวง ตามนัด ที่ป.ป.ช.ส่งตัวฟ้องศาล กรณียื่นฟ้องในคดีทุจริตสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่งทั่วประเทศ และแฟลตตำรวจ 163 หลัง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5,200 ล้านบาท

โดยนายสุเทพยืนยันต่อสู้คดีด้วยข้อเท็จจริง และชี้ว่าถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ชี้แจงข้อกล่าวหาการทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ หลัง ป.ป.ช.สอบสวนคดีมานายนับ 10 ปี ส่งผลต่อชื่อเสียง ทั้งที่ได้ต่อสู้เรื่องต้านการทุจริตมาตลอด แต่มาถูกกล่าวหาการทุจริตเสียเอง และยืนยันข้อต่อสู้คดีว่าไม่ได้กระทำการใดที่ผิดจากมติ ครม. และการสั่งการ การพิจารณาต่างๆ อยู่บนพื้นฐานของข้อกฎหมายระเบียบปฏิบัติ ในฐานะที่กำกับดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตัดสินใจในแง่ของนโยบาย การปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่ และไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยอนุมัติตามที่มีการเสนอได้ในราคาต่ำกว่าราคากลางกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่แต้งง่าผ่านการประมูลชอบตามกฎหมายแล้วจึงได้ลงนาม ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรกับบริษัท การสร้างสถานีตำรวจไม่แล้วเสร็จเป็นเรื่องของการบริหารจัดการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายสุเทพ ยังกล่าวว่าสุด สำนักงานอัยการสูงสุดเห็นว่าไม่สามารถจะดำเนินคดีนี้ได้ จึงไม่เห็นด้วย และคดีวันนี้ ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกว่าเมื่อถึงขั้นตอนที่ ป.ป.ช. พยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลและเมื่อเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานของตัวเองจะเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ยังมั่นใจในข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ที่จะได้พิสูจน์ศาลสูงสุดของประเทศ โดยไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์การทำงานและกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.

ส่วนนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความ เปิดเผยว่าเตรียมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินประเมินมูลค่าที่ 1 ล้านบาท มายื่นประกันตัว ส่วนราคายื่นประกันตัวนั้นอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลว่าจะตีราคาวงเงินเท่าไหร่