posttoday

ไทยสร้างไทย จี้ รัฐบาล ปรับเกณฑ์ช่วยภาคธุรกิจ เข้าถึงวงเงินซอฟต์โลนได้ง่ายขึ้น

10 เมษายน 2564

คณะกรรมการกิจกรรม และคนรุ่นใหม่ พรรคไทยสร้างไทย จี้ รัฐบาล ปรับเกณฑ์ช่วยภาคธุรกิจ เข้าถึงวงเงินซอฟต์โลนได้ง่ายขึ้น

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 64 นาย รณกาจ ชินสำราญ คณะกรรมการกิจกรรม และคนรุ่นใหม่ พรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลเมื่อเดือน ก.พ. 64 รัฐมีวงเงินจาก “พ.ร.ก. Soft loan 5 แสนล้านบาทช่วยผู้ประกอบการ SMEs” เหลืออยู่จำนวน 370,000 ล้านบาท โดยมีการใช้สนับสนุน SMEs ไปแล้ว 130,000 บาท

สถานการณ์ปัจจุบัน กำลังจะมี SMEs และผู้ประกอบการรายเล็กรายกลางอีกมาก ที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่หายไปจากการระบาดรอบใหม่ที่มีแนวโน้มรุนแรงที่สุดในรอบปี ส่วนตัวในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการเองด้วย เชื่อว่าเงินสำรองของผู้ประกอบการหลายๆรายใกล้เข้ามาถึงจุด “เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด” ที่จะยืนไม่ไหวแล้ว

ตามข้อมูลของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ที่กระทรวงการคลังชี้แจงว่า รัฐกู้เงินเพิ่มขึ้นมาอีก 6 แสนล้านบาทในระยะ 5 เดือนของปีงบประมาณ 64 ที่ผ่านมา โดยมีหนี้สาธารณะของประเทศที่เดือน ก.พ. 64 อยู่ที่ระดับ 8.4 ล้านล้านบาทแล้ว คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 53.2% ของ GDP โดยวงเงิน พ.ร.ก. Soft Loan 5 แสนล้านก็เป็นส่วนหนึ่งของหนี้สาธารณะนี้

พ.ร.ก. Soft Loan 5 แสนล้าน ในระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา รัฐสามารถปล่อยมาช่วยเหลือผู้ประกอบการได้เพียง 26% (130,000 ล้าน จาก 500,000 ล้านบาท) และยังมีวงเงินเหลืออีกมาก โดยปัจจุบัน มี SMEs จำนวนมากที่เข้าไม่ถึงวงเงินนี้ เพราะมีข้อจำกัดของการที่ปล่อยเงินไปช่วยผู้ประกอบการ เช่น เกณฑ์ในการพิจารณาการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่จำกัดการเข้าถึงของผู้ประกอบการ

จำนวนเงินที่กู้มา แทนที่จะได้ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจตามวัตถุประสงค์ของการกู้ ถ้ามีเงินเหลือมากเกินก็จะเกิดภาระดอกเบี้ยของหนี้สาธารณะที่ไม่จำเป็นและไม่เกิดประโยชน์ให้กับประชาชนอีก

ในสถานการณ์แบบนี้ รัฐสามารถสร้าง “โอกาส” ให้เกิดขึ้นในวิกฤตได้ จากวงเงินที่ยังเหลืออยู่ในสัดส่วนที่มาก ยกตัวอย่างเช่น ตั้ง “กองทุน Soft Loan ตั้งตัวผู้ประกอบการใหม่” ภายใต้วงเงิน 5 แสนล้าน สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ แล้วกิจการของนายจ้างต้องปิดตัวลง จนต้องกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดกัน คนรุ่นใหม่เหล่านี้มี Skills มีความเชี่ยวชาญในการใช้ Technology ใหม่ๆ มีไอเดีย และมีแรงพร้อมที่จะสู้ไม่ถอย เพียงแต่ขาดเงินทุน

หรือแม้แต่ในจังหวัดที่ไม่ต้องพึ่งการท่องเที่ยวมาก รัฐสามารถสนับสนุนให้เกิดการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ โดยสร้างจังหวัดหรือพื้นที่นำร่องเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่ดังกล่าว ที่มีความรู้ความสามารถและความตั้งใจจำนวนมากเหล่านี้ แต่ยังขาดแหล่งเงินทุนได้

ส่วนตัว ในฐานะประชาชนและผู้ประกอบการ อยากขอให้รัฐช่วยพิจารณาการปรับเกณฑ์ให้มาตรการนี้ช่วยภาคธุรกิจได้เยอะขึ้น หรือพิจารณาทางเลือกอื่นๆเพิ่มเติมให้แต่ละกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมาก-น้อยต่างกัน ได้เข้าถึงวงเงิน Soft Loan ได้ง่ายขึ้น

ไม่อย่างนั้น อาจจะเห็นเศรษฐกิจระดับฐานล่าง และคนตัวเล็ก ล้มหายตายจากไปอีกจำนวนมาก

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 14.21 จุด รับ Election Rally ต่างชาติซื้อ 3,355 ล้าน