เพนกวินรอด!คดีละเมิดอำนาจศาล หลังแถลงขอโทษ

วันที่ 28 ต.ค. 2563 เวลา 16:38 น.
เพนกวินรอด!คดีละเมิดอำนาจศาล หลังแถลงขอโทษ
ศาลอาญา ลงโทษตักเตือน “เพนกวิน” คดีละเมิดอำนาจศาล หลังเจ้าตัวเเถลงขอโทษ ยืนยันไม่กระทำผิดอีก

เมื่อวันที่ 28 ตค. 63 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำ ลศ. 9/2563 ที่ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา กล่าวหา นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำคณะราษฎร 2563 จากกรณีวันที่ 8 ส.ค.63 เวลา 09.00 น. ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ นำตัวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ผู้ต้องหาคดี ชุมนุมปราศรัยปลุกปั่นยุยง ฯ มาฝากขังต่อศาลอาญา ได้มีการรวมตัวของบุคคลผู้สนับสนุน บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นศาล ซึ่งระหว่างนั้น นายพริษฐ์ ได้ยืนขึ้นตะโกนส่งเสียงดัง และใช้กล้องถ่ายภาพ ลงโฆษณาเพื่อชักชวนให้บุคลอื่น ๆ เดินทางมาชุมนุมในบริเวณศาล เพื่อขัดขวางการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล รวมทั้งมีการไลฟ์สดผ่านสื่อโซเชียลมีเดียและสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมในบริเวณศาลดังกล่าวด้วย โดยการกระทำของนายพริษฐ์ ถูกกล่าวหาว่าทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในบริเวณศาล และยังไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดศาลอาญา ถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

โดยวันนี้ ศาลเบิกตัวนายพริษฐ์ มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณา ซึ่งขณะถูกควบคุมตัวอยู่ภายในรถของกรมราชทัณฑ์ นายพริษฐ์ ได้ชู 3 นิ้วผ่านกระจก ระหว่างที่รถเคลื่อนผ่านด้านหน้าศาลเพื่อทักทายสื่อมวลชน

ขณะที่เมื่อถึงเวลานัดศาลได้สอบถามผู้แทนผู้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญาแล้ว แถลงยืนยันว่าภายในเขตอำนาจศาลอาญา ได้มีการออกประกาศข้อกำหนดห้ามไม่ให้ผู้ใดประพฤติตนในทางที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือก่อให้เกิดความรำคาญ หรือกระทำการในลักษณะที่เป็นการส่งเสริมยั่วยุสนับสนุนใด ๆ บริเวณศาลและห้ามไม่ให้ผู้ใดใช้เครื่องขยายเสียงส่งเสียงดังอันเป็นการรบกวนการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในศาล โดยปิดประกาศข้อกำหนดดังกล่าวไว้หน้าศาลอาญาแล้วดังนั้นผู้ที่เข้ามาภายในศาลอาญาย่อมทราบถึงข้อกำหนดโดยทั่วกัน

ส่วนนายพริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา ศาลได้สอบถามแล้วก็แถลงว่าขณะนี้มีอายุ 22 ปีกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และยอมรับว่าได้พูดถ้อยคำตามที่ปรากฏในคำร้องและแผ่นซีดีที่เป็นหลักฐานจริง แต่ถ้อยคำที่กล่าวไปนั้นไม่ทันคิดไตร่ตรอง อย่างไรก็ตามผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้มีเจตนาขัดขวาง หรือก้าวล่วงการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล จึงขอโอกาสศาลเพื่อบรรเทาผลร้ายจากการกระทำดังกล่าว โดยจะแถลงขอโทษแสดงความรู้สึกเสียใจต่อการกระทำดังกล่าวของตน

หลังจากนั้นฝ่ายผู้กล่าวหา ได้แถลงว่า หากนายพริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา สำนึกผิดในการกระทำครั้งนี้แล้ว ก็ไม่ติดใจดำเนินคดีนี้อีก โดยขอให้ผู้ถูกกล่าวหาอย่ากระทำในลักษณะเดียวกันกับการกระทำในครั้งนี้อีก และขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณา

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายพริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา มีอายุเพียง 22 ปี กำลังศึกษาอยู่ โดยการกล่าวข้อความไปก็สำคัญผิดคิดว่ามีสิทธิที่จะกระทำได้ อักทั้งเป็นการกล่าวถ้อยคำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้ไตร่ตรองถึงความถูกต้องและเหมาะสมในการกระทำของตน และแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะไม่ได้หยุดกล่าวถ้อยคำในทันทีที่เจ้าหน้าที่ห้ามปราม แต่เมื่อภายหลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นมีเวลานึกคิดอย่างรอบคอบก็ทราบได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและจะไม่กระทำในลักษณะเดียวกันอีก

พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหารู้สำนึกถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตน อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาได้แถลงต่อศาลยอมรับว่าได้กล่าวถ้อยคำตามคำร้องจริง และยืนยันว่าจะไม่กระทำการเช่นว่านั้นอีก ทั้งนี้เพื่อแก้ไขบรรเทาผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ผู้ได้รับฟังถ้อยคำในวันนั้น ไม่ว่าจะเป็นการรับฟังในเหตุการณ์หรือรับฟังผ่านสื่อทางใดทางหนึ่ง ผู้ถูกกล่าวหาได้ทำคำแถลงขอโทษเพื่อให้เผยแพร่ข่าวว่าถ้อยคำที่ผู้ถูกกล่าวหาพูดในวันนั้นเป็นการกล่าวโดยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้ไตร่ตรองและเข้าใจกระบวนพิจารณาของศาล ที่กำลังดำเนินอยู่ในคดีของนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก ให้รอบครอบ จนนำมาสู่การกล่าวข้อความที่คลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง เมื่อผู้ถูกกล่าวหารู้สำนึกในการกระทำความผิด ตลอดจนพยายามแก้ไขบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และผู้กล่าวหาไม่ติดใจดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา กรณีจึงไม่เป็นประโยชน์ที่จะดำเนินคดีในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลกับผู้ถูกกล่าวหาอีกต่อไป แต่เพื่อธำรงไว้ซึ่งหน้าที่ประการสำคัญของศาลยุติธรรมในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย สามารถใช้สิทธิทางศาลผ่านกระบวนพิจารณาภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันโดยไม่เป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้มีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันจึงต้องรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยภายในบริเวณศาล ไม่ให้ผู้ที่มีความเห็นแตกต่างเกิดความเกรงกลัวต่อภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อตนจนถึงขนาดเป็นการขัดขวางการใช้สิทธิทางศาลจึงเห็นควรว่ากล่าวตักเตือนนายพริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา และให้ผู้ถูกกล่าวหากล่าวคำปฏิญาณต่อศาล ว่าจะไม่กระทำการในลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีกแล้วให้ปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาไปในคดีนี้ และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ภายหลังนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงคดี ละเมิดอำนาจศาลดังกล่าวว่า นายพริษฐ์ ได้แถลงต่อศาลว่า เสียใจ และขอโทษที่ได้กล่าวถ้อยคำรุนแรง และได้ขอโทษศาล ซึ่งศาลได้เมตตา เพราะเห็นว่าเป็นเยาวชน จึงให้โอกาสในการปรับตัว แต่ให้สัญญาว่าจะไม่กระทำการละเมิดอำนาจศาลอีก เบื้องต้น ศาลจึงจำหน่ายคดี

ทั้งนี้ ศาลก็ได้อธิบายความถึงหน้าที่ของศาลว่าศาลอาญาต้องคงไว้ซึ่งความยุติธรรม และได้ทำความเข้าใจกับเพนกวินว่าจะช่วยดูแลเรื่องสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ดีวันนี้ศาลได้เบิกนายอานนท์ นำภา มาเป็นทนายความร่วมในคดีละเมิดอำนาจศสล ทั่งนี้ นายอานนท์ บอกว่า ตอนนี้ห่วงคดีความของลูกความเพราะขาดทนายในการว่าความให้