"บิ๊กตู่" ลั่นเป็นนายกฯต้องอดทน ย้ำหนุนแก้รธน.

วันที่ 28 ต.ค. 2563 เวลา 16:30 น.
"บิ๊กตู่" ลั่นเป็นนายกฯต้องอดทน ย้ำหนุนแก้รธน.
"บิ๊กตู่" ลั่นเป็นนายกฯต้องไม่เหนื่อย ต้องอดทน ย้ำจำเป็นต้องพาประเทศพ้นวิกฤตทุกเรื่อง อยากเห็นหันหน้าเจรจาพูดคุยด้วยสันติ เชื่อมีทางออก ย้ำหนุนแก้รธน.ไม่ขัดตัดอำนาจส.ว.เลือกนายกฯ เผยครม.ถกตั้งคกก.สมานฉันท์ ให้สภาดำเนินการ เปิดทุกฝ่ายรวมถึงผู้เห็นต่างๆ วอนเชื่อใจสักครั้งอย่าด่วนตัดสินถูกครอบงำ ชี้นายกฯอยู่-ไปว่าตามกลไก

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 63 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า สวัสดีสื่อ ไม่ยอมพักผ่อนกันบ้างเลยทั้งวันทั้งคืน เมื่อคืนก็ยังเห็น ตอนนั่งอยู่ได้ดูโทรทัศน์ในสภาถ่ายทอดการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกประเทศหรือเปล่า ถ้าดูแล้วก็ไม่ต้องถามนายกฯมาก เพราะพูดไปแล้ว จะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่นายกฯไม่เหนื่อย ไม่เคยเหนื่อยอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า อยากพูดอะไรผ่านสื่อเพื่อสร้างมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะพาประเทศที่วิกฤตตอนนี้ผ่านพ้นไปได้ โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อแบบปัญหาการเมืองในอดีต พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พูดไปทุกครั้ง ยืนยันไปหลายครั้งแล้ว ในการประชุมรัฐสภา ตนจำเป็นจะต้องนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ปัญหาการเมืองที่เกิดในครั้งนี้ คงไม่ใช่ที่ตนหรือรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ทุกคนต้องร่วมมือหันหน้ามาเจรจาพูดคุยกันในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน อย่างประนีประนอม อย่างสันติวิธี จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนี้คือประเทศไทย และทุกคนคือคนไทย

"ผมไม่ได้เกลียดชังใครทั้งสิ้นไม่ว่าใครจะว่าร้ายอะไรผมก็ตาม ผมก็ฟังได้และต้องอดทน เพราะเป็นนายกฯใช่หรือไม่ ตนโมโหอะไรมากไม่ได้ เพราะเป็นนายกฯต้องอดทน ต้องไม่โมโห ไม่โกรธง่าย พูดจากให้ไพเราะ และวันนี้ผมก็พูดเพราะกว่าหลายๆคนที่ได้ยินมาในขณะนี้ ทางออกมีอยู่แล้ว และขอให้เจอทางออกที่ว่านั้น ไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ ขอให้เชื่อมั่นและมั่นใจว่า เราจะต้องเลือกหนทางที่ดีที่สุดให้กับประเทศของเรา ไม่ใช่ผมคนเดียว ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การประชุมรัฐสภา 2 วันที่ผ่านมา ต้องขอบคุณประธานรัฐสภา สมาชิกรัฐสภา ทั้งหลาย ที่มีการพูดจาหารืออภิปรายกันโดนสงบเรียบร้อย แม้จะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นบ้าง อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสภาประเทศไทย อันนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องได้พิจารณาความเหมาะสมอย่างไร สภาประเทศไทยไม่ควรเหมือนในต่างประเทศทำ หลายอย่างเป็นพฤติกรรมที่ต่างประเทศมีอยู่แล้ว ทั้งนี้เรื่องที่ตนสรุปได้จากการประชุม 2 วัน มีหลายอย่างที่เห็นด้วย โดยเรื่องสำคัญตนสนับสนุนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศไปแล้ว โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่รัฐสภา เมื่อเราเห็นชอบให้มีการแก้ไข แต่หลายอย่างต้องผ่านหลายกระบวนการ รัฐสภาก็ต้องทำตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไปด้วย เพราะยังมีผลบังคับใช้อยู่จนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉะนั้น อยู่ดีๆจะไปตั้งกฎกติกาใหม่ทันที ตามระยะเวลาเท่าโน้นเท่านี้ ตามต้องการมันเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องอยู่ด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ

"ผมเห็นด้วยในการสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ว่าจะให้ส.ว.เลือกนายกฯหรือไม่เลือกนายกฯก็แล้วแต่ ผมไม่ได้ให้ความสำคัญตรงนี้ ถ้าจะไม่ให้เลือกผมก็ได้ ผมไม่ได้ขัดข้องอะไร ก็ต้องเป็นเรื่องที่ต้องหารือในรัฐสภา"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯกล่าวว่า เรื่องการตั้งคณะกรรมการเพื่อมาศึกษาหาทางออกจากแนวทางที่ได้หารือกันในรัฐสภา ซึ่งตนได้หารือในที่ประชุม ครม.แล้ว น่าจะเป็นทางสภาตั้งขึ้นมาจากหลายฝ่ายด้วยกัน ทั้งในส่วนของรัฐสภา ส.ส. ส.ว. และกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กลุ่มชุมนุม กลุ่มอะไรต่างๆก็ขอให้หารือกันโดยสงบ หาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้ในลักษณะที่ต้องดูทั้งบริบทการเมืองประเทศไทยของเราที่ประกอบด้วยหลายส่วนหลายฝ่าย ซึ่งกำลังหารือกันในตอนนี่ จะได้ข้อสรุปเช่นไรมาจากตรงไหนบ้าง

เมื่อถามว่า คณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นจะมีอิสระการทำงานหรือไม่ เพราะเมื่อรัฐบาลตั้งเองหากถูกมองว่า เกรงถูกครอบงำได้ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าพูดอย่างนี้ไม่ได้ ต้องให้เกียรติสภา เพราะเป็นความเห็นส.ส. และส.ว. ผู้ทรงเกียรติที่เสนอขึ้นมา ต่างคนต่างต้องเคารพซึ่งกันและกัน ถ้าตั้งธงไว้ก็ไม่ชอบ ไม่เชื่อใจกันหมด ลองเชื่อใจกันสักครั้ง ถ้าไม่เชื่อใจเลยมันก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองท่าทีต่างประเทศที่ขับไล่เอ็นจีโอที่เข้าแทรกแซงกิจการภายในของแต่ละประเทศอย่างไร และจะแก้ปัญหาเอ็นจีโอภายในประเทศอย่างไร เพื่อไม่ให้เข้ามาแทรกแซงกิจกรรมภายใน นายกฯตอบว่า ตนไม่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เป็นกิจการของแต่ละประเทศเอง เขาก็มีกฎหมายของเขา ของเราก็ต้องดูว่ากิจกรรมใดหรืออะไรต่างๆที่มีปัญหา ต้องมีการพูดคุยหารือกันว่า จะต้องไม่มีนัยแอบแฝงตามวัตถุประสงค์ของแต่ละกลุ่มที่ต่างออกไป เพราะจะส่งผลเสียหายต่อประเทศ หลายๆอย่างที่เรากำลังจะพัฒนา ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่เข้ามาทำให้กระบวนการช้า ในเรื่องการทำประชาพิจารณ์ การทำประชามติ บางทีคนภายนอกเข้ามาในพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อต้าน ซึ่งคนในพื้นที่ไม่ได้ประโยชน์ เขาเสียหาย

นายกฯกล่าวว่า ดังนั้น ตรงนี้ต้องหาวิธีการบริหารจัดการที่เหมาะสม ขอฝ่ายในบรรดาเอ็นจีโอในประเทศทั้งหมด เมื่ออาศัยทำงานอยู่ในประเทศไทย ต้องช่วยประเทศไทยพัฒนาชาติบ้านเมือง เหมือนกับคนไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศ ทุกคนก็ไปเสียภาษีและอยู่อาศัยที่โน้น กลายเป็นพลเมืองของประเทศนั้นๆไป หรือไปเป็นผู้ประกอบการก็ต้องเคารพกฎหมายของประเทศนั้นๆ เป็นหลักการสำคัญของอาเซียน ของประเทศไทยด้วย

เมื่อถามว่า นายกฯจะอยู่ครบวาระ 4 ปี แสดงว่าจะไม่รับข้อเสนอของผู้ชุมนุมใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทำไมตนต้องตอบสิ่งนี้ก็ไม่รู้ ตนเข้ามาด้วยอะไรก็ว่ากันไป จะออกด้วยอะไรก็ว่ากันมา ไม่อยากให้เป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต รัฐบาลไม่ได้หยุดแค่รัฐบาลตน กระบวนการเลือกตั้ง กระบวนการรัฐธรรมนูญต่างๆมีอยู่แล้ว

ขณะที่ช่วงท้ายผู้สื่อถามว่า สบายใจหรือยังที่ได้ฟังความเห็นรัฐสภามา 2 วัน พล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่หันมาแต่ไม่ได้ตอบคำถาม แต่ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่นายกฯเดินออกจากห้องแถลงข่าวไปแล้ว ได้มีเจ้าหน้าที่ทีมงานรัฐมนตรีได้ถามนายกฯว่า สบายใจขึ้นหรือยัง นายกฯได้กล่าว่า รับฟังความคิดเห็นมา 2 วัน รู้สึกสบายใจ แต่ไม่สบายกาย เพราะเจ็บหู จากนั้น นายกฯเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า