“ตรีชฎา” ร่ายยาวอัด "ประยุทธ์"ไม่ยอมลาออก ซัด เป็น"นายกฯ"ที่สร้างความยากจนที่สุด

วันที่ 28 ต.ค. 2563 เวลา 08:27 น.
“ตรีชฎา” ร่ายยาวอัด "ประยุทธ์"ไม่ยอมลาออก ซัด เป็น"นายกฯ"ที่สร้างความยากจนที่สุด
“ตรีชฎา” คณะทำงานทีมศก.เพื่อไทย ซัด “ประยุทธ์” ไม่ยอมลาออก เพราะต้องการอยู่บนซากปรักหักพังของประเทศ ชี้ เป็นนายกฯ ที่สร้างความยากจนที่สุด

เมื่่อวันที่ 28 ตค. 63 นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา คณะทำงานทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง ประเด็นที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดในที่ประชุมสภาในการประชุมวิสามัญ ว่า ตนไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง บางครั้งคนกล่าวหาก็พูดด้วยอารมณ์ของพวกท่านไปบ้าง ก็มาไล่ตนทุกวันก็ให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง ตนจะไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา จะไม่ละทิ้งหน้าที่ด้วยการลาออกยามที่บ้านเมืองมีปัญหา ตนจะยังแก้ปัญหาต่างๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไขอยู่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนทำเหมือนจะรู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องของตัวเองจริงๆ ไม่เคยตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนว่าเขามีความเดือดร้อนอย่างไร ไม่เคยรู้สึกและไม่เคยสนใจ และมาวันนี้พล.อ.ประยุทธ์มาเที่ยวร้องขอความเป็นธรรมให้กับตัวเอง ทั้งๆ ที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยมองเห็นความเสียหายในสิ่งที่ตนเองกระทำต่อชาติบ้านเมืองและประชาชน สาเหตุที่ลูกหลานเยาวชนเขามาไล่พล.อ.ประยุทธ์ให้ออกไปจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เขาได้ไตร่ตรองจากผลงานของพล.อ.ประยุทธ์ 6ปีกว่าที่เข้ามายึดอำนาจบริหารประเทศโดยอ้างบุญคุณว่าประเทศมีปัญหาความขัดแย้งพล.อ.ประยุทธ์มาหยุดปัญหา แล้วไหนล่ะคือการหยุดปัญหา อ้างว่ามาเพื่อให้ประเทศสงบ ซึ่งก็สงบจริง สงบนิ่งทุกอย่างโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ จะรวยกันก็เฉพาะคนที่ใกล้ตัวพล.อ.ประยุทธ์ เพราะหลังจากพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีแจงบัญชีทรัพย์สินกันมาก็เห็นรวยกันกระจายทุกคน “ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ไม่มีประสบการณ์ในการบริหารเลย นอกจากการแนะเกษตรกรให้ไปขายยางที่ดาวอังคารแล้ว เมื่อราคาข้าวตกก็แนะให้หันมาปลูกหมามุ่ย ไม่นานชาวบ้านร้องทุกข์ ปลูกได้ผลผลิตแล้วแต่ขายไม่ได้ไม่มีตลาดรองรับ ช่วงน้ำท่วมก็แนะให้ไปหาอาชีพเสริมแนะให้ทำอาชีพประมงเลี้ยงปลา น้ำประปาเค็มก็แนะนำให้เอาไปต้ม แค่ยกตัวอย่างเท่านี้ยังนึกไม่ออกว่าพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้อย่างไร" นางสาวตรีชฎา กล่าว

นางสาวตรีชฎา ยังกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าตนเองจะไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา จะไม่ละทิ้งหน้าที่ด้วยการลาออกยามที่บ้านเมืองมีปัญหา พล.อ.ประยุทธ์พูดแบบนี้เหมือนตนเองเป็นพระเอกการ์ตูนเล่มละบาท นี่พล.อ.ประยุทธ์ไม่รู้จริงๆ หรือเว่าที่ประเทศมีปัญหาวันนี้เพราะตัวเองเข้ามาผิดทางทั่วโลกเขาไม่ยอมรับ แล้วยังจะสืบทอดอำนาจต่อ ตอนพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่มา สมัยนายกฯยิ่งลักษณ์ ราคายางแผ่นดิบ ต่ำสุดอยู่ที่ 87.88 บาท สูงสุดอยู่ที่ 172.62 บาท เฉลี่ยที่ 129.36 บาท พอยุคพล.อ.ประยุทธ์ ราคายางแผ่นดิบ ต่ำสุดอยู่ที่ 36.80 บาท สูงสุดอยู่ที่ 55.30 บาท เฉลี่ยที่ 45.88 บาท ต่ำถึงขั้นคนต้องแต่งเพลงยาง 3โลร้อยให้ รวมถึงสิ่งที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ เคยออกมาเตือนว่า ธนาคารโลกได้ออกเตือนว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบมากที่สุดในเอเชียตะวันออก โดยจะติดลบที่ -8.3% และอาจจะลบหนักไปถึง -10.4% และอาจจะต้องใช้เวลาถึง 3 ปี กว่าจะฟื้นมาที่เดิม ถ้าบริหารเป็นประเทศไทยคงไม่ตกเป็นประเทศที่ครองบ๊วยทางเศรษฐกิจแบบนี้

“พอเศรษฐกิจแย่ ท่านจะอ้างว่าเป็นแบบนี้ทั้งโลก แต่เวียตนาม จีดีพีโตขึ้น +2.8% ผู้ประกอบการเลยย้ายฐานจากไทยไปที่เวียตนาม ขนาดที่ อินเดีย ศรีลังกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการระบาดจากโรคโควิด-19 อย่างรุนแรงที่สุด จีดีพียังลดลงเพียง -4% แต่ไทยกลับติดลบรั้งท้าย ทั้งที่ไทยเป็นประเทศที่จัดการโควิด-19 ได้ดีที่สุด เป็นอันดับ 4 ของโลกในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา 75 ประเทศ การที่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่เขาออกมาไล่ให้ท่านออกจากตำแหน่ง ก็ไม่ต้องสงสัยหรือถามใครว่า ผมทำอะไรผิด คำตอบคือ ตั้งแต่ท่านเข้ามาชีวิตของพวกเขาคุณภาพชีวิตต่ำลง เพราะพ่อแม่เขามีรายได้ลดลง พ่อแม่บางคนตกงานไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน บางคนต้องเปลี่ยนอาชีพมาเป็นขายบ้านขายรถขายมอเตอร์ไซค์ ขายจนในบ้านไม่มีอะไรให้ขาย ถึงขั้นจำนำครก จำนำสาก เครื่องมือเกษตรยังจำนำ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์และคนรอบข้างรวยขึ้น และการที่ท่านไม่ลาออก พล.อ.ประยุทธ์คือผู้ที่ยืนท่ามกลางซากปรักหักพังของประเทศ ยิ่งพล.อ.ประยุทธ์บอกว่าจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำ นั่นยิ่งหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์จะปล่อยให้ทุกอย่างพังไปพร้อมตนเอง ไม่สนใจต่อความเดือดร้อนของใครทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่ตนเองคือต้นตอของปัญหาทั้งหมด มันจะเป็นตราบาปที่สร้างไว้ให้ลูกหลาน ถึงเวลาพญามัจจุราชอาจช่วยไม่ทัน” นางสาวตรีชฎา กล่าว