รวบ"ฟอร์ด ทัตเทพ" ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน- ออกหมายจับ 12 แกนนำ

วันที่ 17 ต.ค. 2563 เวลา 05:32 น.
รวบ"ฟอร์ด ทัตเทพ"  ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน- ออกหมายจับ 12 แกนนำ
ตำรวจบุกรวบ "ฟอร์ด ทัตเทพ "เลขาธิการเยาวชนปลดแอก ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน ถูกส่งตัวไป ตชด.ภาค 1 ขณะที่ ศาลออกหมายจับ แกนนำม็อบ 12 คน ด้านกอร.ฉ.ยันสลายชุมนุมตามกฎหมาย ไร้กระสุนยาง-แก๊สน้ำตา จับกุมแกนนำ-แนวร่วม 7 คน

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรที่แยกปทุมวัน และแกนนำได้ประกาศให้ยุติการชุมนุม เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 ตค. ตำรวจได้เข้ารวบตัว นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด เลขาธิการเยาวชนปลดแอก และแกนนำกลุ่มคณะราษฎร ที่บ้านพัก

โดยนายทัตเทพ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมหมายจับ ว่า "ผมโดนจับแล้ว กำลังไป ตชด. ภาค 1"

ศาลออกหมายจับ 12 แกนนำม็อบ

นอกจากนี้ ศาลแขวงปทุมวัน ได้ออกหมายจับแกนนำผู้ชุมนุมคณะราษฎร จำนวน 12 คนในความผิดฐานเป็นบุคคลตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9 มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน สี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประกอบด้วย

1.นายภาณุพงศ์ จาดนอก อายุ 23 ปี (ไมค์)2.น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อายุ 22 ปี3.นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 27 ปี4.น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล อายุ 25 ปี5.นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ อายุ 20 ปี6.นายณัฐชนน พยัฆพันธ์ อายุ 29 ปี7.นายสมบัติ ทองย้อย อายุ 52 ปี8.นายวสันต์ กล่ำถาวร อายุ 48 ปี9.นายอรรถพล บัวพัฒน์ อายุ 30 ปี10.นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี อายุ 23 ปี11.นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา อายุ 26 ปี12.นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี

ตำรวจยันสลายการชุมนุมตามหลักสากล 

ด้านกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในการสลายการชุมนุมม็อบคณะราษฎรที่เกิดขึ้นบริเวณแยกปทุมวัน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ตำรวจได้ปฏิบัติการควบคุมฝูงชนตามขั้นตอนสากล ดำเนินการจากเบาไปหาหนัก ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนตามความจำเป็น ส่วนการใช้น้ำผสมสารเคมี ยืนยันไม่มีอันตรายมีผลแสบและร้อน ใช้น้ำล้างออกได้ ทั้งนี้เพื่อแยกผู้ชุมนุมเพื่อดำเนินคดีในอนาคต

สำหรับการดำเนินการทั้งมิติรักษาความสงบเรียบร้อย การสืบสวนสอบสวน มาตรการของตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการคู่ขนาน โดยการประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนข้อห้าม ข้อกำหนดต่าง ๆ ในวันนี้ก็มีประกาศอย่างน้อย 5 ฉบับ หากมีผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ ปฏิบัติการเมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 ตค.ได้ดำเนินการตามสากล มีประกาศแจ้งเตือนให้ออกจากพื้นที่หลายครั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ชุมนุมฝ่าฝืน จึงต้องควบคุมพื้นที่จากมาตรการเบาไปหาหนัก ไม่ได้พกพาอาวุธ มีเพียงโล่ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่า ตำรวจแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการเป็น 7 จุด สามารถจับกุมแกนนำและผู้ร่วมชุมนุม 7 คน และนำไปที่ ตชด.ภาค 1 เตือนว่าการกระทำที่ผิดกฎหมายตำรวจได้เก็บหลักฐานทั้งหมด และจะดำเนินคดีทุกคน

พล.ต.ต.ปิยะ ยืนยันการดำเนินการในวันนี้ ไม่มีการใช้กระสุนยาง ไม่มีการยิงแก๊สน้ำตา แต่เป็นสารเคมีผสมน้ำที่ใช้ตามมาตรฐานสากล ส่วนที่ระคายเคียงผิวหนังและแสบตาเป็นปกติ ไม่อันตราย

กรณีนัดชุมนุมใหม่ใน17 ต.ค. ตำรวจยืนยันว่ามีความพร้อมรับมือ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการเล็กน้อย ส่วนจุดสะพานหัวช้างที่มีการเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมและตำรวจนั้น ขอตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังย้ำถึงข้อกำหนดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ว่า รถสุขา รถเครื่องเสียงรถขนส่งอาหารที่นำมาใช้ในการชุมนุมถือว่ากระทำผิดกฎหมายต้องดำเนินคดีผู้ประกอบการด้วย

ทั้งนี้ ฝากเตือนเกี่ยวกับการชักชวนร่วมชุมนุมทั้งการเผยแพร่-ส่งต่อข้อมูล ในสื่อโซเชียลมีเดียหรือช่องทางอื่น ถือว่ากระทำผิดและจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย