พปชร.ซัด "ธนาธร-พิธา-ช่อ" แอบยืนข้างเวทีม็อบเล่นเกมการเมือง

วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 08:29 น.
พปชร.ซัด "ธนาธร-พิธา-ช่อ" แอบยืนข้างเวทีม็อบเล่นเกมการเมือง
"ทิพานัน" ตอก "ธนาธร-พิธา-ช่อ" ยังมีจิตสำนึกคนไทยอยู่หรือไม่ ชาวบ้านเดือดร้อนทั้งน้ำท่วมและปัญหาปากท้องกลับนิ่งดูดาย แต่เลือกมาแอบยืนข้างเวทีม็อบเล่นเกมการเมือง ปั่นกระแสความเกลียดชัง ซ้ำเติมเศรษฐกิจพัง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศยืนยันที่จะเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรในวันที่ 14 ต.ค. ว่า ไม่รู้สึกแปลกใจที่นายธนาธรและนายพิธา จะประกาศร่วมชุมนุมกับม็อบ แต่รู้สึกผิดหวังในท่าทีของนายธนาธรและหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นอย่างยิ่ง

เพราะในช่วงนี้และที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ กำลังประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนักและน้ำป่าไหลหลาก รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนต่างช่วยกันทำงานอย่างหนักเร่งระดมความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดำเนินการเยียวยาความทุกข์ร้อนอยู่ในขณะนี้ แต่นายธนาธรและนายพิธากลับนิ่งดูดาย ให้ความสำคัญและหมกมุ่นแต่กับประเด็นทางการเมือง มากกว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้หากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในประเทศ ก็จะซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลถึงประชาชนทันที

"ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกฝ่ายไม่ว่าจะมีตำแหน่งในรัฐบาลหรือไม่ ก็ต้องพยายามส่งความช่วยเหลือไปถึงประชาชน ตามหน้าที่และจิตสำนึกของส.ส. และตัวแทนประชาชน และยิ่งนายพิธาในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล กลับเลือกให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งที่จะยืนแอบข้างเวทีม็อบ มากกว่ายืนข้างประชาชน ไม่ได้อยู่กับประชาชนในยามที่มีความทุกข์

แทนที่จะช่วยเหลือหรือแสดงท่าทีห่วงใยผู้ประสบภัยก่อน แต่นี่กลับจ้องจะเล่นเกมการเมืองอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนคงตาสว่างมากขึ้นว่าพรรคก้าวไกลนั้นมักทำตัวไกลห่างจากการช่วยเหลือปากท้อง ทุกข์ร้อนของประชาชน แต่จะก้าวไปใกล้ๆ ทันทีที่มีสัญญาณว่าจะสามารถเอาประโยชน์จากประเด็นทางการเมืองมาเป็นประโยชน์ของพรรคพวกตน” น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน ยังกล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของแกนนำคณะก้าวหน้าว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นการทำเพื่ออยู่เคียงข้างประชาชน หรืออยู่ข้างหลังประชาชนที่มาร่วมชุมนุมกันแน่ เพราะในขณะที่ปากปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่เหมือนตาจะขยิบโดยมีการกระทำเข้าข่ายการสนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการนายธนาธรประกาศยืนยันที่จะเข้าร่วมการชุมนุม หรือที่ น.ส.พรรณิการ์ ทวิตข้อความเชิญชวนระดมทุนร่วมเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับชุมนุมคณะราษฎรเมื่อหลายวันที่ผ่านมา คณะก้าวหน้าก็ชุบมือเปิบเอาประเด็นการเมืองมาเดินสายหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นตามที่ปรากฎในข่าวต่างจังหวัด

และที่สำคัญคือหลายครั้งที่แกนนำม็อบฝ่าฝืนกฎหมายและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่ในการจับกุมบังคับใช้กฎหมาย นายธนาธร นายพิธา และ น.ส.พรรณิการ์ ก็มักจะปรากฎตัวตามหน้าสถานีตำรวจ หรืออย่างเช่น นายพิธาก็ปรากฏตัวพร้อมถ่ายภาพโชว์ ณ ที่กักตัวแกนนำ 21 คน เพื่อให้มีพื้นที่ข่าวว่าตนอยู่ข้างประชาชนใช่หรือไม่

ทั้งนี้ทั้งสามท่านจะมาในแพคเกจปั่นกระแสความเกลียดชังวาทะกรรมเดียวกันคือ #หยุดคุกคามประชาชน ทั้งๆ ที่การจับกุมเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง และการปรากฏของทั้งสามท่านก็ไม่มีประโยชน์ในการช่วยเหลือประชาชนแต่อย่างใดเลย แต่ดูเหมือนจะเอาความเจ็บปวดของประชาชนไปหาประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง

“สถานการณ์ประเทศในขณะนี้ สังคมมีคำถามว่าคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลอยู่ข้างประชาชนแบบไหน อยู่ข้างบนประชาชนที่คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากประชาชน หรือ อยู่ข้างหลังประชาชนคอยผลักประชาชนออกหน้าเป็นโล่มนุษย์ หรืออยู่ข้างประชาชนแบบเคียงข้างคอยช่วยเหลือยามเขาทุกข์ร้อนกันแน่ และที่สำคัญคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล ยังมีจิตสำนึกความเป็นคนไทยอยู่หรือไม่ เพราะไม่ควรมีพฤติกรรมเข้าข่ายสนับสนุนแกนนำม็อบที่เข้าข่ายจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบันและใช้สิทธิจนเกินส่วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จนอาจนำพาประเทศไปสู่วิกฤตการเมืองอีกครั้ง” น.ส. ทิพานัน กล่าว