"ศรีสุวรรณ"ร้องป.ป.ช.เอาผิดคลังเอื้อประโยชน์ให้บริษัทบุหรี่นอก

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 11:44 น.
"ศรีสุวรรณ"ร้องป.ป.ช.เอาผิดคลังเอื้อประโยชน์ให้บริษัทบุหรี่นอก
"ศรีสุวรรณ"ร้อง ป.ป.ช.เอาผิดกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไม่ชอบเอื้อประโยชน์ให้ผู้นำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศทำให้รัฐขาดรายได้จากการจัดเก็บภาษี

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำตัวแทนเกษตรกรและผู้ประกอบการยาเส้นพื้นเมือง เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวน สอบสวน และเอาผิดกระทรวงการคลัง หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 พ.ค. 62 ส่งผลให้มีการปรับขึ้นภาษียาเส้นจากเดิมกิโลกรัมละ 5 บาท เป็นกิโลกรัมละ100 บาท ซึ่งมีอัตราที่สูงมากขึ้นถึง 2000 % หรือ 20 เท่านั้น แต่กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวกลับกำหนดอัตราภาษีบุหรี่ซิกาแรต เพิ่มขึ้นเพียง 40% จากราคาขายปลีกแนะนำ โดยได้กำหนดให้มีผลบังคับใช้ วันที่ 1 ต.ค.63

ทั้งนี้ เป็นการขยายระยะเวลาการขึ้นภาษีออกไป ด้วยการอ้างเหตุผลว่า เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ซึ่งหมายถึง โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง และผู้นำเข้าบุหรี่ซิกาแรต รวมถึงเกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบมีระยะเวลาในการปรับตัว ทั้งที่เป็นการจัดเก็บภาษีจากสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ยังไม่ทันไรกระทรวงการคลัง กลับออกประกาศกระทรวง ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 8 ก.ค.63 ให้ทำการเลื่อนภาษีสรรพสามิตยาสูบ ประเภทบุหรี่ ซิกาแรต มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.64 ซึ่งทำให้การเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ซิกาแรต ต้องชะลอออกไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนของภาษียาเส้นยังคงเก็บภาษีสรรพสามิตเช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีสรรพสามิต มีผลให้ผู้ประกอบการยาเส้น ถูกบังคับใช้ในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2562 ทันทีโดยไม่มีเวลาปรับตัว แต่กลับเว้นให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับบุหรี่ซิกาแรต หมายถึงการยาสูบแห่งประเทศไทย และผู้นำเข้าบุหรี่ซิกาแรต มีเวลาปรับตัวจนถึง 30 ก.ย.พ.ศ.2563 ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับการยาสูบแห่งประเทศไทย และผู้นำเข้าบุหรี่ซิกาแรต สามารถมีระยะเวลาในการปรับตัวเพื่อการแสวงหากำไรจากประกาศกระทรวงการคลัง และสามารถการกักตุนสินค้าบุหรี่ซิกาแรต เพื่อนำเข้ามาจำหน่ายในภายประเทศหลังวันที่ 30 ก.ย.พ.ศ.2563 ทั้ง ๆ ที่การขึ้นภาษีบุหรี่ซิกาแรตจะต้องมีผลในทันทีเช่นเดียวกับการปรับภาษีเหล้า เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการกักตุนละแสวงหากำไร

"การออกกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 อย่างชัดเจน การขยายระยะเวลาการจัดเก็บบุหรี่ซิกาแรตออกไป ยิ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการบุหรี่ซิกาแรต ทั้งโรงงานยาสูบและผู้นำเข้าบุหรี่ซิกาแรต ที่ยังไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้น และทำให้รัฐขาดรายได้จากการจัดเก็บภาษีโดยไม่จำเป็น อันเห็นได้ชัดเจนอยู่ในตัวว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และเกษตรกรผู้ปลูกยาเส้นและสมาคมอนุรักษ์ยาเส้นพื้นเมืองไทย จึงนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิด ครม.และ รมว.กระทรวงการคลัง จากการออกประกาศกระทรวงการคลังที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เลือกปฏิบัติ และเอื้อประโยชน์ให้แก่ บริษัท บุหรี่ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย"นายศรีสุวรรณ กล่าว