รัฐประหารไทยไม่เคยมีครั้งสุดท้าย! "จตุพร"แนะเผื่อใจไว้บ้าง

วันที่ 31 ส.ค. 2563 เวลา 17:25 น.
รัฐประหารไทยไม่เคยมีครั้งสุดท้าย! "จตุพร"แนะเผื่อใจไว้บ้าง
"จตุพร"เตือนอย่าประมาทรัฐประหารจะไม่เกิดอีก บอกให้คิดเผื่อใจไว้บ้างก็ดี ย้ำยึดอำนาจไทยไม่เคยมีครั้งสุดท้าย ชี้สถานการณ์ปี 63 ไม่เหมือนปี 57 การยึดอำนาจไม่ง่ายเหมือนเก่า

เมื่อ 31 ส.ค. 63 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า สถานการณ์ของประเทศขณะนี้อย่ามั่นใจจะไม่มีรัฐประหาร พร้อมเตือนให้คิดเผื่อใจไว้บ้างก็ดี

“ท่ามกลางข่าวรัฐประหาร แม้มีคนเชื่อและไม่มีคนเชื่อถือ แต่สำหรับประเทศไทยการรัฐประหารไม่เคยมีขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย จึงขอให้เผื่อใจไว้บ้างว่า รัฐประหารเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางคนบอกว่า การรัฐประหารจะไม่มีการรับรอง จึงทำไม่สำเร็จ แต่ผมเชื่อว่า รัฐประหารในอนาคต จะไม่มีการรับรอง”

นายจตุพร กล่าวถึงท่าทีของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ว่า จะมีเวลาถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ จึง เหลือเวลาอีก 30 วันจะเกษียณอายุราชการ บางคนประเมินคงจะไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น แต่ในประเทศไทยแล้ว แค่เหลือเวลาอีกวันเดียวก็ยังรับประกันไม่ได้ว่า จะไม่มีการรัฐประหารขึ้น จึงสะท้อนถึงการรัฐประหารในไทยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีอะไรมารับรองได้

"การยึดอำนาจในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีลักษณะแตกต่างกัน เมื่อปี 2549 ฝ่ายยึดอำนาจไม่พร้อม แต่ฝ่ายถูกยึดกลไกรัฐกลับไม่พร้อมมากกว่า จนถูกยึดอำนาจสำเร็จ ส่วนการยึดอำนาจเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 แม้ตนได้กลิ่นมานาน จนขึ้นป้ายชุมนุมว่า ต้านรัฐประหาร ซึ่งไม่มีใครเชื่อ แต่เมื่อเกิดม็อบ กปปส.ชุมนุมยาวนาน ประกอบกับรัฐบาลไม่สามารถกุมสภาพได้แล้ว ในช่วงปลายรัฐบาล นปช.ตัดสินใจพามวลชนเสื้อแดงไปชุมนุมถนนอักษะ เพียงแค่หวังจะยุติการยึดอำนาจ แล้วสุดท้ายต้องเปิดการเจรจา ทั้งที่รู้ว่า ผลจะเกิดอะไรขึ้น เพราะถูกปิดล้อมไว้หมด แล้วก็เกิดยึดอำนาจตามมาจนได้"

"ในสถานการณ์ขณะนี้ คสช.เป็นพวกพันธุ์พิเศษ ยอมงอในเรื่องที่ยอมงอ กรณีชะลอซื้อเรือดำน้ำชัดเจนมากเมื่อจีนยอมตามการเจรจา แต่ปัญหาที่ต้องตามคือ เงินตั้งไว้ในปีงบประมาณ 2564 จะเอาไปทำอะไรต่อ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องหลายเรื่องประเดประดังเข้าใส่รัฐบาลต่อเนื่อง เช่น คดีเหมืองทองคำอัครา เป็นต้น ดังนั้นสถานการณ์ขณะนี้จึงไว้ใจอะไรไม่ได้เลย"

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ การยึดอำนาจจะไม่ง่ายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งรู้ตัวอีกฝ่ายหมดตามจับกุมได้ แต่สถานการณ์ปี 2557 กับปี 2563 แตกต่างกัน เนื่องจากไม่รู้ว่าสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร อยู่ตรงไหนอย่างไร รวมทั้งปรากฎการณ์นักเรียน นักศึกษาเคลื่อนไหว นัดประชุมจัดกิจกรรมชุมนุมกันก็หารือทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งไปไกลกันมาก ถ้าบอกล้อมปราบ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น ตนเชื่อว่า การยึดอำนาจแต่ละครั้งจะมีความแตกต่างกันไป

"ในสถานการณ์นี้ เผื่อใจไว้บ้างก็ดีว่า รัฐประหารเกิดขึ้นได้ตลอดเวลากับประเทศไทย ถ้าว่าโลกประชาธิปไตยไม่ยอมรับ แต่สุดท้ายเป็นไง พูดแบบลมๆแล้งๆทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาต้องเอาประโยชน์ โลกก็เอาประโยชน์ อย่าหวังพึ่งโลกประชาธิปไตยว่าจะไม่ยอมรับเลย วันนี้ สิ่งที่ต้องคิดคือ ความหายนะจะเกิดขึ้นรุนแรงขนาดไหน ประเทศจะย่ำแย่กว่าเดิมขนาดไหน"นายจตุพรกล่าว