ธนาธรประกาศสังคมไทยได้เวลาคุยข้อเสนอของนศ.เลี่ยงนองเลือด

วันที่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 12:14 น.
ธนาธรประกาศสังคมไทยได้เวลาคุยข้อเสนอของนศ.เลี่ยงนองเลือด
"ธนาธร"ชี้นักศึกษาชุมนุมเอาเรื่องที่ลับคุยในที่สาธารณะนับเป็นความกล้าหาญ ฝากผู้มีอำนาจถอยคนละก้าว เลี่ยงนองเลือด ขู่คนไม่พอใจตื่นรู้ทางการเมืองมีมากเกินกว่าที่รัฐจะปราบปราม

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์พิเศษเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ตอนพิเศษ โดยมีพิธีกรคือ ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ นักข่าวและพิธีกรอาวุโส และอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์

นายธนาธรกล่าวในตอนต้นว่าการชุมนุมของนักศึกษา คือเอาเรื่องที่ทุกคนพูดกันในที่ลับ มาพูดในที่สาธารณะได้ นับว่าเป็นความกล้าหาญของพวกเขา แม้แต่ตนเองก็ยังไม่กล้าหาญเท่านักศึกษา โดยยอมรับว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา จะพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันก็ต่อเมื่อถูกถามเท่านั้น

ผู้ดำเนินรายการได้ตั้งคำถามต่อนายธนาธรว่าข้อเสนอ 10 ข้อของนักศึกษา ที่ถูกมองว่าแหลมคมเกินไป เพราะไปเกี่ยวข้องกับสถาบัน เป็นข้อเสนอที่ผลักแนวร่วมให้ถอยห่างหรือไม่ ซึ่งนายธนาธรยืนยันว่าการสูญเสียแนวร่วมอาจเกิดบ้าง แต่ที่สังคมเห็นตลอดหลายวันที่ผ่านมา คือการที่นักวิชาการ ดาราศิลปินจำนวนมากออกมาแสดงจุดยืนร่วมกับนักศึกษา นี่จึงไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่เสียแนวร่วม แต่คือการนำความจริงที่น่ากระอักกระอ่วนใจออกมาพูดในที่สาธารณะเสียที

“ผมอยากเรียกร้องสังคมให้พูดกันด้วยเหตุผล และมองเรื่องนี้อย่างมีวุฒิภาวะ เมื่อแต่ละคนมีจินตนาการอันสดใสของประเทศไทยในภายภาคหน้าที่ไม่เหมือนกัน ก็ต้องพูดคุยกันเพื่อให้เข้าใจปัญหา การพูดคุยกันอย่างเปิดเผยไม่ใช่อาชญากรรม การพูดคุยอย่างเปิดเผยคือสิ่งที่สังคมที่มีวุฒิภาวะต้องทำ แต่เราก็ต้องยอมรับความจริงว่ามีคนที่ไม่สบายใจเวลาพูดถึงเรื่องนี้ ดังนั้นเวลาเราขอให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเปิดใจรับฟัง นอกจากการใช้เหตุผลแล้ว เราก็ต้องบอกกันเองว่าเราต้องสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ การสื่อสารกันด้วยเหตุผลย่อมดีกว่าการสื่อสารกันด้วยอารมณ์”นายธนาธร กล่าว

นายธนาธรทิ้งท้ายว่า ขอฝากไปถึงผู้มีอำนาจ เวลานี้ทุกคนต้องถอยคนละก้าว ไม่มีใครได้ 100% ไม่มีใครอยากเห็นการสูญเสียเลือดเนื้อ ถ้าผู้มีอำนาจยังไม่คิดถอย ไม่ประนีประนอม มันอาจไปถึงจุดนั้นได้ ทุกคนต้องถอยและใช้สติ โดยรูปธรรมของการถอยคือการแก้รัฐธรรมนูญ มานั่งคุยกันว่าจะเอาอย่างไร เดินหน้าไปอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าคนที่ไม่พอใจ คนที่ตื่นรู้ทางการเมืองและต้องการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง มีมากเกินกว่าที่รัฐจะปราบปรามหรือทำเป็นไม่รับรู้ว่ามีอยู่อีกต่อไป

ที่มา https://www.facebook.com/insidethailand/videos/216274443159866/

บทความแนะนำ