"จตุพร" เตือนม็อบเยาวชนอย่าก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์

วันที่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 17:06 น.
"จตุพร" เตือนม็อบเยาวชนอย่าก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์
“จตุพร”แนะกลุ่มเยาวชนปลดแอกยึดมั่นข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ พร้อมขีดเส้นใต้ต้องไม่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เตือนฝ่ายการเมืองไม่ควรเข้าไปยุ่ง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษา เยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.63) ว่า การต่อสู้การแสดงออกของคนหนุ่มสาวของประเทศที่มีอนาคต ผู้มีอำนาจต้องมองด้วยภาวะการณ์ปกติ เพราะหากมองว่าเป็นภัยคุกคามที่จะต้องกำจัดนั้น สุดท้ายแล้วเหตุการณ์จะลุกลามบานปลาย ประชาชนซึ่งเป็นพ่อแม่ของนักศึกษาทนไม่ได้ก็จะออกมา

ขณะเดียวกันการชุมนุมก็ต้องเตรียมความพร้อมให้ครบถ้วนทั้งอุปกรณ์เครื่องเสียง และระบบการจัดการ์ดรักษาความปลอดภัยในการปกป้องและลดความสูญเสียในการชุมนุม เพราะปรากฏการณ์ที่เกิดการกรูเข้าไปนั้นสามารถทำให้เกิดเหตุการณ์ได้ตลอดเวลา

"ข้อเรียกร้องของบรรดาคนหนุ่มสาว 3 ข้อนั้น ก็ต้องยึดกุมให้แข็งแรงและที่สำคัญต้องไม่ไปก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะจะทำให้เป็นจุดอ่อนโดยฉับพลัน"

"ทั้ง 3 ข้อเรียกร้องนั้นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญทั้งการเรียกร้องให้ยุบสภา การเรียกร้องไม่ให้มีการคุกคามบุคคลที่มีความเห็นต่างและเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากขีดเส้นใต้ไว้ 3 ข้อนี้เชื่อว่าสถานการณ์จะสามารถเดินได้ตามปกติ บทเรียนการชุมนุมแต่ละครั้ง ซึ่งไม่ได้บอกว่าคนรุ่นไหนจะเก่งกว่าคุณรุ่นไหน ดังนั้นปรากฏการณ์เมื่อวานนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้ง"นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการยุติการชุมนุมตอนเที่ยงคืน เพราะการชุมนุมข้ามคืนหากไม่พร้อมก็อย่าทำ ให้รักษาระดับความสำเร็จเอาไว้ และหากไม่พร้อมก็ต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ นี่จึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เพราะคนที่มาร่วมชุมนุมไม่ได้เตรียมตัว คนจัดก็ไม่ได้เตรียมตัว และสถานที่ทุกอย่างก็ขาดความพร้อมทั้งหมดในการชุมนุมยืดเยื้อได้ในทางปฎิบัติ รวมถึงจุดดูแลการรักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้มีการเตรียมการ ดังนั้นในสถานการณ์ที่มีความเปราะบางทุกฝ่ายจะต้องใช้ความอดทนกันอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ หากมองด้วยมุมปรากฏการณ์ว่าความแข็งแรงของกระบวนการนักศึกษานั้นคือความเป็นอิสระ ซึ่งตนห้ามแกนนำ นปช.อย่าเข้าไปใกล้ เพราะเราเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องทางการเมือง ดังนั้น หากเข้าไปใกล้เมื่อไหร่จะเป็นเหตุ ให้การต่อสู้ของนิสิตนักศึกษา มีสภาพที่ไม่แข็งแรง เพราะพลังบริสุทธิ์จะเป็นภูมิต้านทานที่ดีที่สุด ส่วนบรรดานักการเมืองพรรคการเมืองจะต้องเว้นระยะห่างจากพลังบริสุทธิ์เหล่านี้

"การต่อสู้ทางการเมืองต่อไปนี้ไม่ควรจะมีการบาดเจ็บล้มตายหรือต้องสูญสิ้นอิสรภาพ และเห็นว่าการต่อสู้ของประชาชนนิสิตนักศึกษานั้นเป็นหน้าที่ปกติของคนที่เกิดภายในประเทศนี้"นายจตุพรกล่าว

บทความแนะนำ