เทพไทแนะบิ๊กตู่ทำใจป้ายประท้วงเรื่องปกตินายกฯทุกคน

วันที่ 16 ก.ค. 2563 เวลา 17:12 น.
เทพไทแนะบิ๊กตู่ทำใจป้ายประท้วงเรื่องปกตินายกฯทุกคน
เทพไท แนะ บิ๊กตู่ ทำใจกับป้ายประท้วง เรื่องปกติของนายกรัฐมนตรีไทยทุกคน เตือนปมทหารติดเชื้อโควิด-19อย่าให้ผิดพลาดอีก

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาและเร่งแก้ไขปัญหาความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดระลอกสอง ของไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ คนจึงขออภิปรายสนับสนุนด้วยเหตุผล2ประการคือ

1.ตนเป็นผู้เซ็นรับรองญัตติด่วนฉบับนี้เป็นคนแรก

2.เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้ไปสัมมนาที่เกาะเสม็ดในช่วงที่มีเหตุการณ์ทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19แวะมาเที่ยวในระยอง และเป็นการตอบแทนการต้อนรับญาติพี่น้องชาวระยอง เป็นอย่างดีจากแฟนคลับและผู้สนับสนุนอย่างเจ๊กิมฮ้อ อรุณเวสสะเศษฐ์ เจ้าแม่บ้านเพ

เมื่อเกิดกระแสข่าวทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19แวะมาท่องเที่ยวที่ระยอง ก็มีความตื่นตระหนกกันทั่วทั้งประเทศ แม้ว่าจะเป็นเพียงอุบัติเหตุ หรือข้อบกพร่องในระดับผู้ปฏิบัติก็ตาม แต่ฝายบริหารจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ซึ่งในเรื่องนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุด และใช้วิธีการแบบเดียวกับนักการเมืองทั่วไปคือ

1.ได้กล่าวคำขอโทษต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะมีคำขอโทษจะออกจากปากคนระดับนายกรัฐมนตรี แต่สำหรับพลเอกประยุทธ์ คำขอโทษจะเป็นคำติดปาก ทุกครั้งที่มีการพูดผิดพลาด ก็จะกล่าวคำขอโทษ ซึ่งเป็นบุคลิกของคนปากร้ายใจดี โกรธง่ายหายเร็ว แต่อยากจะให้พลเอกประยุทธ์ได้แสดงคำขอโทษที่เป็นทางการมากกว่านี้

2.เมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น พลเอกประยุทธ์ ได้ตัดสินใจลงพื้นที่ในทันทีเพื่อให้กำลังใจ เรียกความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชนชาวระยอง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พึงกระทำ สำหรับนักการเมืองและนายกรัฐมนตรี

3.การรับฟังความเห็นจากประชาชนซึ่งอยากจะให้พลเอกประยุทธ์ยอมรับความจริงว่าทุกครั้ง ในการลงพื้นที่ จะมีทั้งคนสนับสนุนและคัดค้าน มีทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ การถือป้ายประท้วง เป็นเรื่องปกติของนายกรัฐมนตรีมาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ยุคนายกฯทักษิณ นายกฯยิ่งลักษณ์ นายกฯอภิสิทธิ์ ก็เคยโดนการต่อต้านยกป้ายประท้วงมาแล้วเช่นเดียวกัน

จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ ได้ทำใจยอมรับสภาพ การลงพื้นที่ทุกครั้งไม่ควรสั่งให้ข้าราชการกีดกั้นประชาชน หรือให้ประชาชนยกป้ายเชียร์เหมือนยุครัฐบาลพลเอกเปรม ที่มีการยกป้ายต้อนรับทุกครั้งว่า “น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก นายกฯเป็นของป๋า” ซึ่งพลเอกประยุทธ์ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างมาใช้ในการลงพื้นที่ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดระยองสร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเขื้อไวรัสโควิด-19 จะระบาดรอบสองขึ้นมาอีก หลังจากที่ทุกคนมั่นใจกับมาตรการป้องกันการระบาดของรัฐบาลและบุคลากรทางการแพทย์มาเป็นเวลา50กว่าวันแล้ว

แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ รัฐบาลก็ได้มีมาตรการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาด้วยการสร้างความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน โดยการออกเป็นมติ ศบค.ใน3ข้อคือ 1.จะมีการทบทวนโดยขอให้นักการทูตเข้าสู่สถานที่กักกันของรัฐจัดให้ เป็นเวลา 14 วัน 2.จะดำเนินการยกเลิกการอนุญาตการบินเข้าของกองทัพอากาศ ทั้งหมด 8 เที่ยว 3.ชะลอการอนุญาตการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแบบผ่อนคลายตามข้อกำหนดได้แก่ กลุ่มที่มีเหตุยกเว้นหรือได้รับอนุญาต กลุ่มบุคคลในคณะทูต และ กลุ่มนักธุรกิจที่เดินทางเข้าในระยะสั้น และการให้คำมั่นสัญญาจากพลเอกประยุทธ์ว่าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก ถ้าเกิดขึ้นมาอีกครั้ง ประชาชนก็จะไม่ยอมยกโทษให้ แต่พร้อมจะลงโทษในทันทีและต้องมีการเยียวยาดูแลธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง เกาะเสม็ดที่กำลังฟื้นตัวอยู่ในตอนนี้

การที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอย่างต่อเนื่อง ด้วยการอ้างเหตุผลควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้ว่าส่วนตัวจะไม่เห็นด้วยในอย่างไรก็ตามแต่ด้วยความหวังสิจะให้การระบาดของโคล วิทท์ 19 แต่วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า พ.ร.กฦฉุกเฉินฯไม่สามารถที่จะควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ได้จริง คงเป็นเพียงการควบคุมคนและการเคลื่อนไหวทางการเมืองเท่านั้นเอง