"ศรีสุวรรณ"คาใจ "สุภรณ์"เดินสายรับคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 08:18 น.
"ศรีสุวรรณ"คาใจ "สุภรณ์"เดินสายรับคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง
"ศรีสุวรรณ" สงสัย "สุภรณ์" เดินสายรับคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงมีอุดมการณ์สมานฉันท์จริงหรือไม่ หวั่นหมดยุครัฐบาลประยุทธ์อาจเกิดแปรพักตร์

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธี รับมอบคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงและมอบป้ายและธงหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนฯเรารักประเทศไทย ณ อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติกลุ่ม GMS ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อ 11 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยมี นายอานนท์ แสนน่าน อดีตประธานเครือข่ายหมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย เป็นตัวแทนคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงและรับมอบธงหมู่บ้านวิสาหกิจฯเรารักประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯเรารักประเทศไทยภาคเหนือ17 จังหวัดไปร่วมงานนั้น

ในเวทีดังกล่าวนายสุภรณ์ ได้กล่าวปราศรัยกับแกนนำและสมาชิกฯที่มาร่วมงานดังกล่าวความตอนหนึ่งว่า "เราจะไม่มีสีเสื้ออื่นๆนอกจากสีธงชาติ ขาว น้ำเงิน แดง วันนี้ประเทศไทยเราต้องการความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจและรวมพลังคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะต้องเลิกการทะเลาะ เลิกขัดแย้งกัน หันหน้ามาร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อมุ่งสู่การส่งเสริมอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ ปลดหนี้ปลดสินให้กับพี่น้องเกษตรกรของเราทุกคน โดยการรวมตัวจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนฯเรารักประเทศไทย ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ตามศาสตร์พระราชา ถือเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่งและตนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลก็พร้อมจะเข้ามาดูและให้กลุ่มได้ขับเคลื่อนเดินหน้าในอาชีพให้มีรายได้มากขึ้นต่อไป"

คำพูดดังกล่าวดูสวยหรูมาก แต่เวลาอยู่นอกเวทีเมื่อเผชิญหน้ากับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่ยังยึดมั่นไม่เนรคุณต่อทักษิณและไม่คิดแปรพักตร์ ไม่คิดคืนป้ายเสื้อแดงเพราะทักษิณอยู่ในหัวใจแล้ว นายสุภรณ์กลับเฉไฉตอบว่าเรื่องการเมืองเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ใครจะยืนหยัดในจุดเดิมอย่างไร จะไม่ก้าวล่วง และไม่เคยรังเกียจคนเสื้อแดง ซึ่งดูจะย้อนแย้งกับการออกมาเคลื่อนไหวผลักดันให้มีการคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงและรับมอบธงหมู่บ้านวิสาหกิจฯเรารักประเทศไทยอย่างน่าสงสัย

นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้คนสนิทของนายสุภรณ์ คือนายอานนท์ แสนน่าน ได้เดินสายทั่วประเทศจัดประชุมชาวบ้านเพื่อขอให้รวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนในนาม “ฟาร์มสุขใจ” แต่พอมาเข้าร่วมอุดมการณ์กับนายสุภรณ์ กลับไม่เคยเอ่ยชื่อ“ฟาร์มสุขใจ”เลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้การขับเคลื่อนทุกกิจกรรมก็มักเอ่ยชื่อ “ฟาร์มสุขใจ” มาโดยตลอด ดังนั้นการจัดกิจกรรมคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงดังกล่าว จึงเป็นข้อสงสัยว่า ถ้าหมดยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์แล้ว นายสุภรณ์และพวกจะยังคงไว้ซึ่งอุดมการณ์สมานฉันท์ตามแนวทาง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่คิดแปรพักตร์อยู่อีกหรือไม่