ส.ว.แนะ"สมคิด"เร่งอัดเงินกู้ดอกต่ำ รับมือคนตกงาน2ล้านกลับชนบท

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 11:02 น.
ส.ว.แนะ"สมคิด"เร่งอัดเงินกู้ดอกต่ำ รับมือคนตกงาน2ล้านกลับชนบท
ส.ว.ประภาศรี แนะรองนายกฯสมคิด เร่งอัดเงินให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือ เงินลงทุน รับมือคนตกงาน2ล้านกลับสู่ชนบท ประกาศหนุนช่วยเต็มที่ เรียกร้องหอการค้าฯจับมือรัฐบาลพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นางประภาศรี สุฉันทบุตร สมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วุฒิสภาเปิดเผยว่า จากการให้ข้อมูลของนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า "ผลกระทบจาก โควิด-19 ทำให้คนเกือบ 2 ล้านคนต้องกลับถิ่นฐานบ้านเกิดในชนบท พวกเขาจะเอาอะไรกิน.. เดือนกรกฎาคมจะเริ่มมีธุรกิจทยอยปิดตัวเนื่องจากการฟื้นตัวของโลกจากโควิด ยังไม่ดีพอ ส่งออกยังไม่ดีโรงงานยังไม่เปิดตัวเต็มที่ ท่องเที่ยวยังมาไม่ได้" ตนเห็นว่าการปิดตัวของบริษัทต่างๆเกิดขึ้นมาเป็นระลอกตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. บริษัทไทยพาฝัน ผลิตชุดชั้นในสตรีเพื่อส่งออก ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม304 อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรีได้ปิดกิจการ คนงานครึ่งพันถูกเลิกจ้างโดยไม่ทันรู้ตัวและคาดว่า การปิดกิจการทำนองเดียวนี้จะทะยอยตามมานับจากนี้ดังที่นายสมคิดกล่าว ดังนั้น การเตรียมรับมือคนว่างงานอย่างเป็นระบบ มีโครงการ และการวางแผนที่ดีจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับคนเหล่านี้ได้อย่างมาก

นางประภาศรีกล่าวว่า คนตกงานที่เดินทางกลับถิ่นฐานบ้านเกิด มีจำนวนไม่น้อยที่มีทักษะฝีมือด้านแรงงาน เพราะเคยทำมาขณะอยู่ในกรุงเทพฯหรือเมืองเศรษฐกิจอื่นๆ การกำหนดโครงการรองรับในต่างจังหวัดที่คนว่างงานเหล่านี้กลับไปก็จะช่วยให้พวกเขาได้เริ่มต้นทำงาน สิ่งสำคัญคือ ต้องจัดหาเงินให้ เช่น รายละ3แสนบาท คิดดอกเบี้ยที่ต่ำมากๆ ขณะเดียวกันก็เปิดอบรมให้ความรู้ ในการประกอบอาชีพไปพร้อมกันด้วย นางประภาศรีกล่าวอีกว่า หากโครงการ "คนไทยกลับคืนถิ่น"เกิดขึ้นก็จะ เป็นไปตามนโยบายที่นายสมคิดกล่าว ตนในฐานะมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดยโสธร ยินดีให้การสนับสนุน แล้วเข้าร่วมผลักดันให้โครงการดังกล่าวดำเนินไปได้ ไม่เพียงแต่จังหวัดยโสธร แต่สามารถขยายไปในอีกหลายจังหวัดในเขตพื้นที่อีสานใต้

"เวลานี้พี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อน ผู้ที่เคยทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ พากันเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง มาอยู่ร่วมกับญาติพี่น้อง หากเขาได้เงินสักก้อนหนึ่งเขาก็จะใช้ประสบการณ์ และศักยภาพที่ติดตัวมาทำกิจการค้าขาย ก่อร่างสร้างตัวขึ้นได้ ซึ่งก็จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจฐานรากให้ตั้งหลัก และเดินหน้าไปได้" นางประภาศรีกล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็นประธานหอการค้าจังหวัดยโสธร ขอเสนอให้หอการค้าจังหวัด ต่างๆ จัดทำแผนและโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในจังหวัดของตนเองและบูรณาการขึ้นมาในแต่ละกลุ่มจังหวัดหรือภูมิภาค เตรียมพร้อมสำหรับการจัดสัมมนาใหญ่ประจำปี2563ของหอการค้าที่จังหวัดอุบลราชธานีในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้การสัมมนาประสบความสำเร็จ