ถล่มรัฐธรรมนูญปี60เป็นความโชคร้ายของคนไทย

วันที่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 18:36 น.
ถล่มรัฐธรรมนูญปี60เป็นความโชคร้ายของคนไทย
วงเสวนาพท.อัดรัฐธรรมนูญปี 60เป็นความโชคร้ายของคนไทยทำขาดความเชื่อมั่นกระทบเศรษฐกิจ ชวนประชาชนร่วมผลักดันให้เกิดการแก้ไขเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่พรรคเพื่อไทย มีการเสวนาวิชาการ หัวข้อทิศทางรัฐธรรมนูญไทย โดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเปิดงานเสวนา ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับสอดไส้เผด็จการ โดยความซับซ้อนของรัฐธรรมนูญนี้ใช้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นตัวกำหนดดังนั้นเส้นทางที่เรามองว่าการเดินหน้าต่อไปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีความจำเป็น

"พวกเราในฐานะที่เป็นคนไทยทุกคนต้องหาแนวทางในการสร้างรัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุดไม่ใช่เป็นรัฐธรรมนูญที่ให้กับกลุ่มใดหรือบุคคลใดเท่านั้น"นายสมพงษ์ กล่าว

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่เสียหายจากการเขียนรัฐธรรมนูญจากมือเผด็จการคือการยึดครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน พรรคการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย มีหน้าที่ในการยืนหยัดเพื่อเดินหน้าดำเนินการแก้ไขในสิ่งที่ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิและผลประโยชน์ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ 

นายโภคิน พลกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุดกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาขององค์กรอิสระที่ตรวจสอบได้ยาก

ในอดีตมีการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาจากส.ส.แต่ใน รัฐธรรมนูญปัจจุบันมีการออกแบบให้พรรคการเมืองอ่อนเเอ และนายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากส.ส.อีกทั้งยังมีเสียงส.ว.คอยสนับสนุนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังมีหลักการต่างๆค่อนข้างมาก ซึ่งต่างจากรัฐธรรมนูญปี 40 ที่เป็นฉบับที่ประชาชนยอมรับมากที่สุด

ทั้งนี้ในคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญมี 2 แนวทางคือ การแก้ไขทั้งฉบับ โดยการเสนอตั้ง ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือแนวทางที่ 2 การแก้ไขบางประเด็น เช่น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อมีคะแนนเพียงแค่ 30,000 ก็ได้เป็นส.ส. เหล่านี้เป็นความซวยของคนในชาติ และเชื่อว่าหาก มีการเลือกตั้งในอนาคตจะทำให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อยจำนวนมาก

ด้าน นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้พูดถึงเรื่องการปฏิรูปประเทศและและแนวนโยบายแห่งรัฐซึ่งแยกกันแทบไม่ออกและถือเป็นเรื่องใหม่ อย่างไรก็ตามทั้งสองเรื่องมีกรณีที่เป็นปัญหาค่อนข้างมากเช่น การจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ ให้มีหมวดนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมองว่า เป็นเรื่องของแต่รัฐบาลที่ใช้ในการหาเสียงในแต่ละครั้งที่ต้องไปดำเนินการซึ่งยุทธศาสตร์นั้นอาจจะวางได้แต่ไม่ใช่วางไว้ในรัฐธรรมนูญเหมือนอย่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่บังคับไว้ 20 ปี เหล่านี้อาจจะส่งผลต่อคณะรัฐมนตรีในแต่ละรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ

ดังนั้นการกำหนดแนวยุทธศาสตร์ชาติไว้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถกำหนดไว้ในระยะยาวได้เพราะว่าโลกเปลี่ยนแปลงไป เหตุการณ์เปลี่ยนไป ความเป็นอยู่ของประชาชนก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เเม้จะกำหนดไว้ว่าให้ทบทวนทุกๆ 5 ปีก็ตาม อีกทั้งยังกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก็เปรียบเสมือนการให้รัฐราชการอยู่เหนือการเมือง

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยเพราะขาดการความสมดุลและผลจากรัฐธรรมนูญยังกระทบไปถึงระบบการคลังของประเทศซึ่งเป็นผลพวงของความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ ประชาชนยุติการใช้เงิน เพราะการเมืองขาดเสถียรภาพ และยังมองว่าประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือในการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจได้ดีโดยมีราคาถูกที่สุด แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเครื่องมือทางเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งการลงทุน และการส่งออกลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่ได้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำรวมถึงการออกแบบรัฐธรรมนูญมาเพื่อสืบทอดอำนาจ ดังนั้นทางออกทางเดียวของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจคือการแก้รัฐธรรมนูญ

นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนและรัฐธรรมนูญก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นพันธะสัญญาระหว่างรัฐบาลกับประชาชน โดยประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ยังรวมถึงเป็นหลักประกันความยุติธรรมในสังคม และมองว่ารัฐธรรมนูญต้องมีหลักในป้องกัน 3 เรื่อง คือ ไม่ให้คนกลุ่มหนึ่งไปใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงประชาชน ไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจรัฐบาลหนึ่งไปอีกรัฐบาลหนึ่ง หรือจากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง หรือเรียกว่าเป็นการป้องกันอำนาจนิยม ดังนั้นตนอยากถามว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลักการป้องกันเหล่านี้หรือไม่