จาตุรนต์ชี้ผลคดียุบพรรคกระทบกระบวนการยุติธรรม

วันที่ 30 พ.ย. 2553 เวลา 16:06 น.
จาตุรนต์ระบุผลการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กระทบความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ-กระบวนการยุติธรรม ชี้เป็นเรื่อง 2 มาตรฐานกรณีอ้างเงื่อเวลา15วันยกคำร้อง

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงถึงคำตัดสินไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญว่า การวินิจฉัยไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดคาด และการจะยุบหรือไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญคือจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญและกระบวนการยุติธรรม ก่อนหน้านี้เคยมีคลิปที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าว และมีการขอให้ตรวจสอบเนื้อหาและข้อเท็จจริง จนบัดนี้ก็ยังไม่มีการพิสูจน์ ตรงนี้ทำให้ขาดความชอบธรรมในการพิจาณณาคดีใดๆ โดยเฉพาะคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ และเมื่อมีคำวินิฉัยออกมาในลักษณะนี้ที่ไม่ได้พิจารณาในรายละเอียดของเรื่องว่าผิดหรือถูก แต่กลับไปชี้ในส่วนของการทำผิดขั้นตอนของกฎหมายนั้นยิ่งทำให้สังคมเคลือบแคลงมากขึ้นไปอีก ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตั้งไว้ 5 ข้อนั้นสุดท้ายวินิจฉัยเพียงข้อเดียวนั้นน่าเสียดายที่สังคมไม่ได้รู้ว่าผิดหรือถูก ทุกฝ่ายผิดหวังไปตามๆ กัน มีเพียงแฟนพันธุ์แท้พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่ดีใจ นอกจากนี้มีคำถามตามมาอีกว่า ถ้าตัดสินกันอย่างนี้ทำไมไม่ทำให้เสร็จสิ้นไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้

ซัด 2 มาตรฐานกรณียกคำร้องยุบปชป.อ้างเงื่อนเวลา 15 วัน

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่วินิจฉัยว่าการยื่นฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะยื่นฟ้องหลังจากที่ความปรากฎต่อนายนายทะเบียนพรรคการเมืองเกิน 15 วันนั้น ในอดีตเคยมีกรณีที่เหมือนกันคือ กกต.ในฐานะผู้ร้องให้ยุบพรรคการเมืองพรรคหนึ่งได้ระบุว่า วันที่ความปรากฎต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองคือวันที่ผู้ร้องได้พิจารณาและเห็นชอบให้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในขณะนั้นผู้ร้องคือนายทะเบียนพรรคการเมือง คือนายอภิชาต สุขัคคานนท์ แต่กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญอ้างว่า วันที่ความปรากฎต่อนายทะเบียนคือ 17 ธ.ค. 2552 แต่ข้อเท็จจริงคือ ในช่วงนั้นกกต.ยังไม่มีมติให้ยื่นร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ และยังถกเถียงกันอยู่ รวมทั้งนายอภิชาตเองก็มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องด้วย ดังนั้นจะนับจากวันที่ 17 ธ.ค. 2552 จึงไม่ถูกต้อง แต่ต้องนับในวันที่ 21 เม.ย.2553 ที่กกต.ทั้งคณะเห็นชอบให้ฟ้องตามมาตรา 93 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สรุปคือการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยที่เคยยุบพรรคการเมืองอื่นๆ มาแล้ว สามารถเห็นความเป็น 2 มาตรฐานได้จากกรณีนี้

ชี้ยิ่งทำสังคมวิกฤตขัดแย้งหนักข้อ

นายจาตุรนต์ กล่าวด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าเป็นความบกพร่องของประธานกกต.และกกต.ทั้งคณะนั้น แต่ตนคิดว่าจะไปโทษกกต.ก็ไม่น่าจะถูก แต่น่าจะเป็นปัญหาที่การวินิจฉัยมากกว่า เรื่องนี้ผลที่จะตามมามีอย่างมากมายแน่นอน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงได้ไม่ดีก็จะเกิดเป็นวิกฤตต่อความน่าเชื่อของศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มมากขึ้น ผลที่ออกมาอาจจะบอกเจตนาที่จะรักษาพรรคประชาธิปัตย์ไว้ในระบบ แต่มันก็อาจจะทำให้กระทบกระเทือนต่อระบบมากกว่าที่จะตัดสินให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์เสียอีก และยังเป็นการทิ้งปมปัญหาไว้กับกกต.ด้วย ทำให้เกิดความสงสัยในความน่าเชื่อถือของกกต. ตนคิดว่าจากนี้ไปผู้คนไม่น้อยอาจจะไม่หวังพึ่งระบบของประเทศอีกต่อไป อาจเกิดเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองอย่างรุนแรง เกิดความขัดแย้งวุ่นวายมากขึ้น แต่ตนอยากเสนอให้ประชาชนควรศึกษาคำวินิจฉัยและวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และหาความยุติธรรมทำทุกอย่างโดยสันติวิธี