บิ๊กตู่ขอบคุณประชาชนร่วมป้องกันโควิด ทำไทยฟื้นตัวติดอันดับ2โลก

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 11:47 น.
บิ๊กตู่ขอบคุณประชาชนร่วมป้องกันโควิด ทำไทยฟื้นตัวติดอันดับ2โลก
โฆษกสำนักนายกฯเผย "พล.อ.ประยุทธ์" ขอบคุณประชาชนร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนทำให้ประเทศไทยฟื้นตัวดีสุดติดอันดับ2ของโลก

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 63 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกคน ที่มีระเบียบวินัย เข้มแข็งและอดทน ร่วมกันต่อสู้และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ประเทศไทยฟื้นตัวดีสุด ติดอันดับ1 ของเอเชีย อันดับ 2 ของโลก

ทั้งนี้ดัชนีโควิด-19 โลก หรือ Global COVID-19 Index (GCI) ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยสมาคม PEMANDU ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเลเซีย (MOSTI) และกลุ่มบริษัทซันเวย์ ดำเนินการจัดอันดับ 184 ประเทศ ที่มีการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ได้ดีที่สุด

ผลการจัดอันดับดังกล่าว พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่1 ของเอเชีย และอันดับที่ 2 ของโลก การจัดอันดับจาก 184 ประเทศ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้คะแนนทั้งหมด 83.32 คะแนน จากทั้งหมด 100 คะแนน ส่วนอันดับ 1 เป็นของประเทศออสเตรเลียได้ 86.34 คะแนน

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ผลจากการจัดอันดับข้างต้น นายกรัฐมนตรีขอขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกคน ทุกภาคส่วน ที่มีระเบียบวินัย เข้มแข็งและอดทน ร่วมกันต่อสู้ต่อและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา จนเป็นตัวอย่างประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ทำให้ประเทศไทยได้คะแนนอันดับ 2 จากการการฟื้นตัวดีที่สุดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน แต่ทุกฝ่ายก็ได้ร่วมมือกันเป็นอย่างดีที่จะให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้

ทั้งนี้ GCI อธิบายว่าการจัดอันดับนี้ ให้น้ำหนักร้อยละ 70 กับการขับเคลื่อน และการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นรายวัน โดยพิจารณาจาก จำนวนผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ต่อประชากร, อัตราการหายป่วยต่อจำนวนผู้ติดเชื้อ, จำนวนการทดสอบหาเชื้อ ต่อผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน,จำนวนการตรวจสอบหาเชื้อต่อประชากรทั้งประเทศ

ส่วนอีกร้อยละ 30 พิจารณาจากข้อมูลทางสถิติ ที่เก็บรวบรวมมาจากดัชนีความมั่นคงทางด้านสุขภาพโลก (GHS) ที่เกิดขึ้นภายใต้การนำของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้นส์ ภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิบิล และเมลินดา เกตส์