สามารถโต้รังสิมันต์อย่าใส่ร้ายประวิตรปลุกกระแสเข้าใจผิดนอกสภา

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 07:42 น.
สามารถโต้รังสิมันต์อย่าใส่ร้ายประวิตรปลุกกระแสเข้าใจผิดนอกสภา
เด็กพปชร.โต้รังสิมันต์อย่าโยงมั่วปลุกกระแสนอกสภาแจง3ป.ไม่ได้รับประโยชน์จากพ.ร.ก.กู้เงิน รัฐบาลมุ่งช่วยประชาชนเดือดร้อนโควิด-19

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงกรณี นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ กล่าวหา 3 ป. จะได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาท ว่า นายรังสิมันต์ คงไม่ได้ติดตามการเมืองหรือไม่เคยอ่านประวัติศาสตร์ถึงพูดจากใส่ร้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทศาสตร์พรรค พปชร. มาโดยตลอด ซึ่งอะไรเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตร นายรังสิมันต์ ก็จะพยายามหยิบมาเชื่อมโยงเพื่อปลุกกระแสความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นนอกสภา ที่ผ่านมาจะเห็นว่า นายรังสิมันต์ โรม กับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล จะทำงานกันเป็นทีม คนนึงพูดร้องเรียนในสภาแต่อีกคนพูดนอกสภา ล่าสุดอ้างว่างบ 4 แสนล้านบาท นักการเมืองจะได้ประโยชน์ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ความจริงรัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีทำเพื่อประชาชนที่เดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19

นายสามารถ กล่าวว่า ในอดีตประเทศไทยมีการกู้เงิน ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 20 ฉบับ เริ่มต้นครั้งแรกสมัยยุคคณะราษฎร ช่วงปี พ.ศ.2481-2487 มีการออกกฎหมายกู้เงินจำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 พ.ร.บ.จัดการกู้เงินในประเทศเพื่อเกษตรกร พ.ศ.2481 จำนวน 25 ล้านบาท , ฉบับที่ 2 พ.ร.บ.จัดการกู้เงินในประเทศเพื่ออุตสาหกรรม พ.ศ.2481 วงเงิน 20 ล้านบาท , ฉบับที่ 3 พ.ร.บ.จัดการกู้เงินในประเทศเพื่อเทศบาลการบำรุงท้องที่ พ.ศ.2481 วงเงิน 20 ล้านบาท , ฉบับที่ 4 พ.ร.บ.กู้เงินในประเทศ พ.ศ.2485 ไม่เกิน 60 ล้านบาท โดยให้เรียกว่าเงินกู้เพื่อชาติ พ.ศ.2485 , ฉบับที่ 5 คือ พ.ร.บ.กู้เงินในประเทศ พ.ศ.2487 โดยให้เหตุผลเรื่องการกู้เงินเพื่อประโยชน์แก่ชาติ ให้รัฐบาลมีอำนาจกู้เงิน โดยการออกตั๋วเงินคลังเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายตามงบประมาณ โดยอาศัย พ.ร.บ.ตั๋วเงินคลัง พ.ศ.2487 ที่ออกเป็นฉบับที่ 6 ในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ สมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ก็เคยมีการออก พ.ร.ก.กู้เงินเช่นเดียวกัน สมัยนั้นเรียกว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 พ.ศ.2545 มีการกู้เงินรวมกันมูลค่าต้องไม่เกิน 7.8 แสนล้านบาท เป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องมาจากวิกฤตต้มยำกุ้ง

ต่อมา ยุครัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มี พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 โดยมีการกู้เงินรวมกันไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ภายในวันที่ 31 ธ.ค.53 หรือที่เรียกกันว่า ไทยเข้มแข็ง

สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มี พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 หลังจากเกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ เมื่อปี 2554 โดยมูลค่ารวมกันไม่เกิน 3.5 แสนล้านบาท กู้ภายในไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย.2556แสดงได้เห็นว่าในอดีตทุกรัฐบาลที่กล่าวมาก็ได้มีการกู้เงิน แต่รัฐบาลปัจจุบันได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการปล่อยให้ทุจริตคอรัปชั่นและการกู้เงิน คนที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง คือ ประชาชน ไม่ใช่ 3 ป. อย่างที่นายรังสิมันต์ กล่าวโจมตี