จบคดี “โอ๊ค” ฟอกเงินกู้กรุงไทย อัยการแถลงย้ำไม่อุทธรณ์

วันที่ 29 พ.ค. 2563 เวลา 14:37 น.
จบคดี “โอ๊ค” ฟอกเงินกู้กรุงไทย อัยการแถลงย้ำไม่อุทธรณ์
รองโฆษกอัยการสูงสุดย้ำไม่อุทธรณ์โอ๊คฟอกเงินกู้กรุงไทยถือว่าคดีจบแล้ว เผยรองอสส.มีคำสั่ง 24 พ.ค.ผ่านความเห็นตามลำดับชั้น "อสส."สั่งส่งรายงานแจงความเห็นเพื่อทราบ

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 29 พ.ค.63 นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เเถลงถึงกรณีที่อัยการมีคำสั่งชี้ขาดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อท.245/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร บุตรชายคนโตนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน 10 ล้านบาท จากเหตุที่ ธ.กรุงไทยฯ อนุมัติสินเชื่อให้เครือกฤษดามหานครว่า สำนวนดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจาก อธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาด คดีอัยการสูงสุด ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาความเห็นเเย้ง ได้ทำความเห็นควรไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าวก่อนส่งความเห็นมายังอัยการสูงสุด โดยมีนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดคนที่ 1ซึ่งรักษาราชการเเทนนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ขณะนั้นเดินทางไปราชการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 7 ได้พิจารณาเเล้วมีความเห็นตามควรไม่อุทธรณ์คดีตามที่สำนักงานชี้ขาดคดีทำความเห็นมา จึงมีความเห็นชี้ขาดเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ยื่นอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลสูง

นายประยุทธ รองโฆษกอัยการ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นขยายเวลาอุทธรณ์ไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 25 พ.ค.เเล้วศาลอาญาคดีทุจริตฯ อนุญาตขยายอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 25 มิ.ย.นั้น ขณะที่ยื่นขยายเวลาอุทธรณ์ดังกล่าว สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 ยังไม่ทราบคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด จึงได้ยื่นขยายเวลาอุทธรณ์ไปตามระเบียบฯ ก่อน

นายประยุทธ กล่าวย้ำว่า อย่างไรก็ดี เมื่อมีคำสั่งชี้ขาดวันที่ 24 พ.ค. ถือว่าคดีนี้สิ้นสุดลงแล้วตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดเหตุผลในการสั่งคดีดังกล่าว นายวงศ์สกุล อัยการสูงสุด ได้สั่งการให้อัยการที่เกี่ยวข้องรายงานชี้เเจงมาเพื่อทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีกล่าวหานายพานทองแท้ บุตรชายอดีตนายกฯ ทักษิณ ร่วมฟอกเงินโดยมีควรมสัมพันธ์ที่รู้จักกับนายรัชฎา บุตรชายอดีตผู้บริหารกฤษฎามหานคร และรับโอนเงินจำนวน 10 ล้านบาทจากเช็คที่ออกโดยนายวันชัย ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 25 พ.ย.62 เห็นว่าพฤติการณ์ของนายพานทองแท้ จำเลย ตามที่นำสืบมา ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้หรือควรรู้ว่านายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ได้เงินจากการทุจริต เมื่อจำเลยไม่รู้จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฟอกเงิน