จตุพรเชื่อพรก.ฉุกเฉินขยายไปถึงสิ้นก.ค. แนะจับตาการเมืองนอกกระดาน

วันที่ 24 พ.ค. 2563 เวลา 19:18 น.
จตุพรเชื่อพรก.ฉุกเฉินขยายไปถึงสิ้นก.ค. แนะจับตาการเมืองนอกกระดาน
"จตุพร"คาดรัฐบาลจะขยาย พรก.ฉุกเฉินไปจนถึงเดือนก.ค. เพื่อสอดรับกับการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 4 เตือนจับตาเกมการเมืองนอกกระดาน

เมื่อ 24 พ.ค. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงสถานการณืการเมืองว่า เมื่อรัฐบาลการประกาศขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือนถึงสิ้น มิ.ย.นั้น ส่วนตัวเชื่อว่าสัปดาห์หน้าจะมีการลดเวลาเคอร์ฟิวอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เป็น เที่ยงคืน ถึงตี 4 ดังนั้นเดือนมิถุนายนทั้งเดือนก็จะเป็นเรื่องของการผ่อนปรนในระยะที่ 3

นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคมต้องมีการขยาย พรก.ฉุกเฉินอย่างน้อย 1 เดือนแน่นอนเพราะต้องมีมาตรการการผ่อนปรนในระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่เสี่ยงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสนามมวย หรือสถานที่บันเทิงต่างๆ ก็จะรออยู่ในระยะที่ 4 ทั้งนี้หลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่า เมื่อครบมาตรการผ่อนปรน 4 ระยะแล้วทุกอย่างจะจบลงในเดือนกรกฎาคมหรือไม่นั้น ต้องรอดูกันและขอให้ใจเย็นๆ เพราะอาจจะมีการผ่อนคลายในแบบ ระยะที่ 4 ทับ 1 ทับ 2 ทับ 3 ก็เป็นไปได้

นายจตุพร กล่าวว่า แรงกระเพื่อมในพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ก็มีปัญหา โดยเฉพาะ พรรคพลังประชารัฐที่ชัดเจนว่า ซีกของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณคุมโครงสร้างทั้งหมดไว้ และไม่ต้องไปคิดว่า 3 ป. จะมีความขัดแย้งกันเพราะเขาอยู่กันมานานเกินกว่าที่จะขัดแย้งกัน ดังนั้นเวลาอ่านกระดานทางการเมืองนั้นเเม้ว่า การไปยึดโครงสร้างของพรรคพลังประชารัฐ แม้จะไม่ยึดก็มีสภาพเหมือนการยึดอยู่แล้ว แต่ในทางการเมืองไม่มีนักการเมืองคนใดหรือพรรคการเมืองใดที่จะไปสนองความต้องการของนักการเมืองได้ครบ

การปรับคณะรัฐมนตรีซึ่งจะไปพร้อมกับการปรับโครงสร้างพรรคนั้นก็จะมีปัญหาขึ้นมาใหม่ คนที่อยู่ก็ไม่อยากจะไป คนที่ยังไม่ได้เข้าไปก็อยากจะเข้า เมื่อคนที่อยู่มีอันต้องเป็นไป คนที่เข้าจะมีจำนวนมากกว่า ปัญหาไม่มีวันจบ ซีกของประชาธิปัตย์นั้นดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาแต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ซีกของที่ไม่เอาด้วยกับซีกรัฐมนตรีก็ทำเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาล จนบางเรื่องพูดได้ดีกว่าพรรคฝ่ายค้านเสียอีก

เหล่านี้ยังไม่นับปัญหาระหว่างพรรค พลังประชารัฐกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ เป็นงูกินหางกันมา แต่จำเป็นต้องรวมกัน เพราะต้องการจะอยู่ซึ่งอำนาจ ดังนั้นเราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าในช่วง 6 ปีนี้ นักการเมืองต่างก็อยู่ในสถานการณ์ที่มีความยากลำบาก

ดังนั้นหากใครคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์แล้วมีการยุบสภานั้นคงเป็นเพียงความฝันเพราะเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ตนมองว่าภายใต้สถานการณ์ที่จำกัดแบบนี้ต้องดูการเมืองนอกกระดาน เพราะหมากในกระดานในทางการเมืองของประเทศไทยเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ของจริงอยู่นอกกระดานทั้งสิ้น

นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากบอกประชาชนในท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ว่า ให้พี่น้องคิดอ่านเผื่อในชีวิตกันเพราะเราจะไปฝากความคาดหวังกันเอาไว้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่ต้องคิดเผื่อไว้ว่าในระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน 1 ปีนี้จะต้องวางแผนชีวิตกันอย่างไร เพราะสถานการณ์ของประเทศไทยไม่ง่ายต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจตราบใดที่ยังหาความเชื่อมั่นไม่ได้