"หญิงหน่อย"จี้เลิกพรก.เตือนยิ่งปลดล็อกช้าเศรษฐกิจยิ่งสาหัส

วันที่ 23 พ.ค. 2563 เวลา 17:53 น.
"หญิงหน่อย"จี้เลิกพรก.เตือนยิ่งปลดล็อกช้าเศรษฐกิจยิ่งสาหัส
"สุดารัตน์"อัดรัฐบาลห่วงความมั่นคงของตัวเองใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินปิดกั้นการแสดงออกในโอกาสครบรอบ 6 ปีรัฐประหารชี้ พ.ร.ก.เงินกู้ที่จะเข้าสภาพุธนี้ ไม่มีรายละเอียด เหมือนให้สภาอนุมัติเช็คเปล่า

เมื่อวันที่ 23พ.ค.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายวิตต์ ก้องธรนินทร์ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์สมาชิกพรรคเพื่อไทย และทีมงานลงพื้นที่เขตสะพานสูง เขตบางกะปิ เพื่อมอบถุงยังชีพ-ข้าวสาร และเปิดจุดบริการข้าวกล่อง ให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมพูดคุยเพื่อให้กำลังใจ และสอบถามถึงมาตรการเยียวยาของภาครัฐ ว่าดำเนินการทั่วถึง ครอบคลุมบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวหลังการลงพื้นที่ว่าปัญหาเศรษฐกิจปากท้องกำลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับประชาชนทุกหย่อมหญ้า รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการใน 3 เรื่องหลักคือ1.เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐบาลที่ให้ปิดเมือง ปิดกิจการ 2. เร่งช่วยเหลือธุรกิจรายย่อย SMEs ก่อนธุรกิจเหล่านี้จะหมดลมหายใจและ 3.เร่งปลด Lock เปิดเมือง เปิดกิจการอย่างปลอดภัย โดยให้มีข้อกำหนดทางสาธารณสุขที่ชัดเจน และยิ่งปลดLockช้า เศรษฐกิจยิ่งสาหัส

"เราต้องช่างน้ำหนัก ในการออกมาตรการในการควบคุมโรคให้เหมาะสม กับความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจที่กำลังเป็นปัญหาอย่างหนัก โดยเฉพาะในขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อได้ลดลงอย่างมาก มาต่อเนื่อง จึงถึงเวลาที่จะปลดล็อค เปิดให้โอกาสประชาชนกลับมาทำมาหากินได้ ถึงวันนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกต่อไปอีก เว้นแต่จะนำเรื่องCOVID มาเป็นข้ออ้างโดยรัฐบาล อาจห่วงความมั่นคงของตัวเองมากเกินไปจึงใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือ จะเห็นได้จากการปิดกั้นการแสดงออกในโอกาสครบรอบ 6 ปีรัฐประหาร ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับโรคติดต่อ วิธีการเหล่านี้จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาใหม่และความขัดแย้งในสังคมเพิ่มขึ้น"คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ พรรคเพื่อไทย อยู่ระหว่างการประชุมหารือ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาและจะมีการพูดคุยในช่วงเสาร์อาทิตย์ถึงแนวทางการอภิปราย พระราชบัญญัติกู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท พร้อมจะนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปพูดคุยในสภาผู้แทนราษฎร หลังรัฐบาลสั่งปิดกิจการ จนประชาชนได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะมีประเด็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการกู้เงินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ที่สำคัญคือเรื่องการขออนุมัติโดยใช้พ.ร.ก.เงินกู้ กลับไม่มีรายละเอียดของโครงการอย่างชัดเจน แล้วสภาฯจะสามารถพิจารณาได้อย่างไร อย่าคิดว่าสภาผู้แทนราษฎร เป็นสภาตรายางเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้น การออกพ.ร.ก.ในลักษณะเช่นนี้ พรรคเพื่อไทย จึงไม่เชื่อใจ ไม่มั่นใจในประสิทธิภาพและความสามารถในการใช้เงินให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันยังกังวลว่า การที่พระราชกำหนดเงินกู้ไม่มีความชัดเจนจึงมีความเสี่ยงที่ส่อว่าจะเกิดการทุจริตได้