"ธรรมนัส"รับมีรายได้จากขายหวยเดือนละ 3 ล้านโอดเงินเดือนส.ส.ไม่พอยาไส้

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 21:31 น.
"ธรรมนัส"รับมีรายได้จากขายหวยเดือนละ 3 ล้านโอดเงินเดือนส.ส.ไม่พอยาไส้
"ธรรมนัส"รับเคยเป็น 5 เสือกองสลากฯถามกลับผิดหรือเป็นผู้ค้ารายใหญ่เป็นอาชีพสุจริตอย่ามองเป็นโจร ระบุมีรายได้เดือนละ 3 ล้านจากการเช่าช่วงแผงซื้อขายสลาก เงินเดือนส.ส.ไม่พอใช้

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 63 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็นเรื่องการค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า ตนไม่ปฏิเสธก่อนที่จะเข้าสู่การดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะส.ส ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. 2562 ตนมีอาชีพเป็น 1 ใน 5 เสือกองสลากกินแบ่งรัฐบาล มันผิดหรือที่ตนจะมีอาชีพเป็นผู้ค้าสลากรายใหญ่ ขออย่ามองเห็นผู้ค้าสลากรายใหญ่เป็นโจรหรือเป็นผู้เอารัดเอาเปรียบทางสังคม 5 เสือกองสลากเขาก็มีคุณธรรมไม่ใช่จะเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

ทั้งนี้ เมื่อนโยบายรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ให้มี 5 เสือหรือผู้จำหน่ายฉลากรายใหญ่ ตนได้รับสัมปทานในฐานะเป็นคู่สัญญากับกองสลากครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2558 ประธานบอร์ดมีนโยบายว่า สลากการกุศลหรือสลากกินแบ่งรัฐบาลจะต้องถูกจำหน่ายโดยผ่านธนาคารกรุงไทย หรือผ่านองค์กรกุศลในจำนวนที่เป็นไปตามข้อบังคับ หรือระเบียบของสำนักงานสลากฯ วันที่ 4 ส.ค. 2558 คือครั้งสุดท้ายที่ตนอยู่ในฐานะที่เป็นคู่สัญญากับกองสลากฯ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จนถึงทุกวันนี้ตนไม่มีสัมปทานหรือมีคู่สัญญากับสำนักงานสลากฯแม้แต่เล่มเดียว แต่ที่ได้สำแดงทรัพย์สิน รายได้ว่ามาจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเดือนละ 3 ล้านบาท คงเข้าใจผิดว่าตนยังเป็นคู่สัญญากับสำนักงานสลาก ขอเรียนว่า รายได้จากการทำธุรกิจในส่วนของสลากกินแบ่งเดือนละ 3 ล้านคือ ที่ตนเช่าแผงค้าสลากที่ข้างสำนักงานสลากฯ ซึ่งเป็นการเช่าช่วงจากเจ้าของตลาด ตนมีแผงค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลเกือบ 10 แผง เพราะจำเป็นต้องหล่อเลี้ยงลูกค้าของตนที่ทำธุรกิจ เรื่องสลากกันมาเกือบ 10 ปี

ทั้งนี้ สมัยที่ตนเป็นเจ้าของสัมปทาน ลูกค้าเหล่านั้นมารับสลากจากตนไปขายในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ตนจึงจำเป็นต้องประคองชีวิตของพ่อค้าผู้มีอาชีพเหล่านั้นให้มีอาชีพต่อไป ถึงแม้ว่ารายที่เคยได้รับจะลดน้อยลง แต่เขาก็สามารถที่จะทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอด ดังนั้นตนเปิดแผงค้าเกือบประมาณ 10 แผงเพื่อไว้รับซื้อ และจำหน่ายสลากเหมือนเดิม

“การทำอาชีพนี้ผมถือว่าเป็นอาชีพสุจริต แม้เราจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือ ส.ส.ก็ตาม การเป็นรัฐมนตรีถือว่าสาหัสพออยู่แล้ว แต่สถานะการเป็นส.สโดยเฉพาะผู้แทนตลาดล่าง เงินเดือนแต่ละเดือนจากการได้รับจากรัฐบาลประมาณ 120,000 บาท ถามว่างานแต่ละงานในฐานะการเป็นส.ส. มันเลี้ยงพวกเราได้หรือไม่ ใครไม่เป็นผู้แทนจากเขตไม่รู้หรอก อย่างส.ส.บ้านผมดูแลพื้นที่จ.พะเยามีกี่อำเภอ อบต.หมู่บ้าน ออกจากบ้านก็เสียเงินแล้ว สิ้นเดือนยิ่งกว่าสิ้นใจเงินไม่พอ ผมเชื่อว่าส.ส.ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลต่างก็ตระหนักดีว่าเราต้องทำมาหากินเหมือนกัน ไม่ใช่นั้นอยู่ไม่ได้“ ร.อ.ธรรมนัสกล่าว