อนาคตใหม่ร้อง "สตง."สอบโครงการป้องกันกัดเซาะชายฝั่ง ชี้ไม่เกิดประโยชน์

วันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 11:31 น.
อนาคตใหม่ร้อง "สตง."สอบโครงการป้องกันกัดเซาะชายฝั่ง ชี้ไม่เกิดประโยชน์
"ส.ส.อนาคตใหม่" บุก "สตง." ร้องตรวจสอบโครงการกัดเซาะชายฝั่ง ชี้ "โครงการไม่เกิดประโยชน์" เปรียบนำเงินภาษีไป "ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ"

เมื่อวันที่ 13 ก.พ.63 นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร พร้อมนายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.แบบบัญชีราชชื่อพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ถนนพระราม6 เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของกรมโยธาธิการฯ และกรมเจ้าท่า

นายประเสริฐพงษ์ กล่าวว่า กรณีนี้สืบเนื่องจากการที่ตนอภิปรายต่อการตั้งงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ ที่มีโครงการที่อ้างว่าป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งหน่วยงานที่ตั้งงบประมาณ เพื่อการนี้ ก็คือกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม

ซึ่งโครงการที่อ้างว่าป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งนี้ เข้าข่ายพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่แล้ว โดยในมาตรา 21(1) ระบุไว้ว่า ห้ามดำเนินกิจกรรมหรือการกระทำใดๆ ที่อาจส่งผลหรือก่อให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้น ทั้งนี้โครงการในลักษณะที่อ้างว่า เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของทั้ง 2 กรม ทั้งในทางข้อเท็จจริงแลงานวิจัยพบว่า การดำเนินงานในลักษณะดังกล่าว เป็นตัวเร่งให้เกิดการทำลายชายฝั่งมากขึ้น

"จากการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยและอันดามันกว่า 18 จังหวัด งบประมาณมากกว่า 3,000 ล้านบาท การดำเนินโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลมีแนวโน้มไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวคือ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหรือสามารถป้องกันการกัดเซาะได้เพียงบางส่วนเท่านั้น"

"นอกจากนี้การก่อสร้างแนวป้องกันนั้น ยังก่อให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง ที่สำคัญสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็เคยตรวจสอบโครงการลักษณะนี้มาแล้วในปี 2556 แล้วผลการตรวจสอบก็พิสูจน์แล้วว่ารูปแบบการแก้ปัญหานั้นไม่ได้ผล นั่นหมายความว่า ข้อพิสูจน์ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรงกับข้อมูลของนักวิชาการ ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีผลการวิจัยรองรับ"

นายประเสริฐพงษ์ ตั้งข้อสังเกตว่า กรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการฯ นำงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชนหลักพันล้านบาทไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ เหมือนเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และดูเหมือนว่าหน่วยราชการ 2 กรมนี้ กำลังกำลังละเมิดข้อทักท้วงของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ตนจึงต้องทำหนังสือร้องเรียน ถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้ท่านทำหน้าที่ป้องกันการเอาภาษีของประชาชน เงินของแผ่นดินไปใช้ในโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดระยอง หรือจังหวัดนราธิวาส ทนไม่ได้กับการทำลายทรัพยากรธรรมชาติจากโครงการในลักษณะนี้ เพราะเมื่อชายหาดหายไปนั้น จะกลับคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์ได้ยาก