posttoday

อนุทินแจงปมดรามาหน้ากาก ไม่โกรธถูกด่าหยาบ ลั่นไม่มีวันขออภัยต่างชาติคนนั้น

08 กุมภาพันธ์ 2563

"อนุทิน" รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กไม่โกรธถูกด่าหยาบ แจงปมแสดงท่าทีต่อฝรั่งไม่เหมาะสม เหตุไม่ทำตามมาตรการคุมโรค สธ. ทำท่าดูถูกเหยียดหยามความปรารถนาดีของคนไทยชี้ใครไม่พร้อมปฏิบัติตามอย่าเข้าประเทศ ลั่นไม่มีวันขออภัยต่างชาติคนนั้น

เมื่อวันที่ 7 กพ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 แล้วให้สัมภาษณ์วิพากษ์วิจารณ์ชาวต่างชาติที่ไม่ยอมใส่หน้ากากอนามัย โดยชี้แจงถึงเบื้องหลังเหตุการณ์ซึ่งนายอนุทินให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 7 กพ. ว่า "ผมไม่โกรธที่โดนด่า โดนวิจารณ์หยาบคาย

ผมไม่รู้สึกผิดขณะที่แสดงอารมณ์ และใช้คำพูดกับ"ฝรั่ง" คนนั้น ที่ไม่ให้เกียรติคนไทย และ มองเห็นมาตรการควบคุมโรคของประเทศไทย เป็นเรื่องน่ารังเกียจ ตลก ขบขัน

ผมมั่นใจว่า 100% ของคนที่ด่าและวิจารณ์ผม ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมและคณะแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำกิจกรรมรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ในเช้าวันนี้ (7กพ.)

เพราะผมรู้ว่าคนที่ด่าและวิจารณ์ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ผมจึงไม่โกรธ แต่ รู้สึกเสียใจที่มีการแปลเจตนาของผม ผิดพลาดจากที่ผมต้องการจะสื่อสาร

ผมเพียงแต่จะบอกว่า ถ้าคนต่างชาติคนนั้น หรือคนไหนก็ตาม ไม่พร้อมจะปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขไทย ไม่ควรจะเข้ามาในประเทศไทย ในช่วงเวลานี้ ซึ่งเรากำลังรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา

ไม่เพียงไม่ให้ความร่วมมือ แต่ยังเห็นสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ปัดมือผมที่ยื่นหน้ากากอนามัย ให้ด้วยความปรารถนาดีและห่วงใย และแสดงท่าทีดูถูกเหยียดหยามความปรารถนาดีของคนไทย

ผมไม่รู้สึกผิดที่ตอบโต้ ผ่านสื่อมวลชน ไปยังคนต่างชาติคนนั้น และคนอื่นๆ ที่ดูอยู่ เพื่อให้ได้รับทราบเจตนาของผมในฐานะคนไทย ที่ต้องรับผิดชอบต่อมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค

ผมอดทน อดกลั้นมากพอที่จะไม่ตอบโต้กับคนต่างชาติคนนั้น ด้วยท่าทีแบบเดียวกับที่เขาทำกับผม และคณะแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข

ผมเป็นคนไทยที่ไม่เคยยอมให้ต่างชาติมาแสดงท่าที อาการเหยียด และดูถูกคนไทย

ผมมีเพื่อนต่างชาติเยอะ ส่วนใหญ่เป็นคนดีที่ไม่เหยียดคนไทย แต่ต่างชาติบางคนที่แสดงท่าทีเหยียดคนไทย ผมไม่นับเป็นเพื่อน

ในบางประเทศ ในช่วงเวลานี้ มีข้อห้ามคนต่างชาติมากมาย แต่ในประเทศไทย เราเพียงขอให้ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตัวเอง และป้องกันคนอื่น ติดเชื้อ เท่านั้น เพราะเราไม่รู้ว่าใครเดินทางมาจากไหน ก่อนมาประเทศไทย

บางประเทศ ไม่รับคนจีนเข้าประเทศ แต่รับคนจากชาติต่างๆ เข้ามาอย่างไม่ระมัดระวัง ปรากฎว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ เพิ่มมากขึ้นกว่าประเทศไทย เพราะเรามีมาตรการควบคุมโรค แบบของเรา ทำให้สถานการณ์ของเรา ดีกว่าบางประเทศ ในภูมิภาคนี้

เราทำด้วยความปรารถนาดี และห่วงใย คนไทย และคนต่างชาติเกือบ 100% ที่ได้รับหน้ากากอนามัย วันนี้ ยิ้มและขอบคุณรัฐบาลไทย ที่นำมาแจกให้ป้องกันตัวเอง มีเพียงรายเดียวที่เป็นกรณีปัญหา

ผมขออภัยที่แสดงอาการไม่เหมาะสมผ่านสื่อมวลชน ซึ่งมีผู้ชมหลากหลายรุ่นวัย แต่ผมไม่มีวันขออภัยคนต่างชาติคนนั้น ที่ไม่ให้เกียรติ และรังเกียจ มาตรการควบคุมโรคของประเทศไทย

ผมจะทำงานของผม ตามแนวทางของผมต่อไป จนกว่าประเทศไทย และคนไทย จะก้าวข้ามภาวะวิกฤตทางสุขภาพนี้ ไปได้ด้วยความปลอดภัย"

ข่าวล่าสุด

บีโอไอไฟเขียว 7 โปรเจกต์ดาต้าเซ็นเตอร์ 9.6 หมื่นล้าน หนุนไทยฮับดิจิทัล