"เสี่ยหนู"ขออภัย เดือดใส่ชาวยุโรปไล่กลับประเทศ

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 15:33 น.
"เสี่ยหนู"ขออภัย เดือดใส่ชาวยุโรปไล่กลับประเทศ
"อนุทิน" โพสต์เฟซบุ๊กขออภัย หลังไม่พอใจ ไล่ชาวยุโรปกลับประเทศ เหตุแสดงท่าทีรังเกียจ ไม่ร่วมมือใส่หน้ากากอนามัย

"อนุทิน" โพสต์เฟซบุ๊กขออภัย หลังไม่พอใจ ไล่ชาวยุโรปกลับประเทศ เหตุแสดงท่าทีรังเกียจ ไม่ร่วมมือใส่หน้ากากอนามัย

เมื่อวันที่ 7 กพ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โพสต์เฟซบุ๊ก กรณี แสดงอาการไม่พอใจหลังนักท่องเที่ยวฝรั่งไม่รับและไม่สวมหน้ากากอนามัย โดยไล่ให้กลับประเทศ เพราะประเทศไทยอยู่ในช่วงรณรงค์ให้สวมหน้ากากอนามัย จะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้มีการติดเชื้อ ว่า เราพยายามทำงานกันเต็มที่ และสุดความสามารถ

ณ ขณะนี้ เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่าหลายๆ ประเทศเพราะ เราตื่นตัวก่อน และ ทำงานจริงจังตั้งแต่เริ่มต้น

การที่เราควบคุมสถานการณ์ได้เป็นที่น่าพอใจ และได้รับคำชื่นชมจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก เพราะคนไทยมีความตื่นตัว ให้ความร่วมมือ และเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเอง รวมทั้งให้ความร่วมมือที่จะหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ให้คำแนะนำ เป็นอย่างดี

ประเด็นสำคัญที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ คือ สื่อมวลชน ที่นำเสนอข่าวด้วยดุลพินิจที่ดี ทำให้ประชาชนที่ติดตามข้อมูลข่าวสาร มีความเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริง ด้วยความถูกต้อง รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ที่ช่วยกันหยุดการแพร่กระจายข่าวปลอม หรือ เฟกนิวส์ ที่ทำให้สถานการณ์สับสน และแย่กว่าความเป็นจริง

แม้เราจะทำได้ดีในช่วงที่ผ่านมา แต่เราต้องทำให้ดีขึ้น และต้องไม่ประมาท เพื่อความปลอดภัยของประชาชนคนไทย และทุกชีวิตที่อยู่ในประเทศไทย

ความร่วมมือกันของทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะภาคประชาชน และการตั้งรับสถานการณ์อย่างมีสติ จะทำให้เราฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้ อย่างเข้มแข็ง

กระทรวงสาธารณสุข จะทำงานหนัก และทำงานมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของคนไทยทุกคน

สำหรับคนที่กำลังเอาเปรียบ และ ค้ากำไรจากการกักตุน ขึ้นราคา หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ จนทำให้ประชาชนเดือดร้อน

ถ้าท่านคิดว่าการมีความสุขบนความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อนร่วมชาติ เป็นเรื่องที่ควรทำ และไม่ละอายใจ ก็เชิญทำต่อไป

ผมเก็บข้อมูลไว้หมดแล้ววันหนึ่ง เราคงได้คิดบัญชีกัน..........

ปล. ขออภัย ที่วันนี้ มีอาการ"หลุด" ใส่ชาวต่างชาติ แถบยุโรป บางคน ที่ แสดงอาการรังเกียจ คนไทยใส่mask และ ไม่ร่วมมือในการใส่ mask ในขณะที่พวกเรากำลังรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา ในประเทศไทย

เราไม่สามารถรู้ได้ว่า คนต่างชาติคนนั้นมาจากประเทศไหน ก่อนมาประเทศ ไทย และ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน การให้เกียรติและให้ความร่วมมือการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค คือ สิ่งที่เราคาดหวัง ไม่ใช่การปัดมือ และมองด้วยสายตาที่เหยียดหยาม เช่นที่ผมและคณะกระทรวงสาธารณสุข ได้รับวันนี้

ขอขอบคุณ และขออภัยชาวต่างชาติทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือ ป้องกันการแพร่ระบาด แล้ว