"บิ๊กป้อม"ชี้ ตั้งลูก"บิ๊กแป๊ะ" เป็นสารวัตรทำได้ -ตร.ยันมีความรู้ความสามารถ

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 15:35 น.
"บิ๊กป้อม"ชี้ ตั้งลูก"บิ๊กแป๊ะ" เป็นสารวัตรทำได้ -ตร.ยันมีความรู้ความสามารถ
"ประวิตร"ชี้ตั้งลูก"บิ๊กแป๊ะ" เป็นสารวัตรสามารถทำได้ ด้าน ผู้การฯกองทะเบียนพล แจงยิบ "ร.ต.อ.ชานันท์" มีความรู้ความสามารถ

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา บุตรชายคนโตของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จากตำแหน่งรองสารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ไปดำรงตำแหน่ง ผบ.ร้อยกองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งรองสารวัตรไม่ครบ 7 ปี ตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า เรื่องนี้สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมีระเบียบรองรับ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าได้เลื่อนตำแหน่ง เพราะเป็นลูกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร ถามกลับว่าถ้าเป็นลูกคุณคุณรักไหมล่ะ ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้แต่งตั้งข้ามหัวนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่รายอื่นๆ เพราะอยู่คนละหน่วยงานกัน

ด้าน พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผู้บังคับการกองทะเบียนพล (ผบก.ทพ.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมแถลงชี้แจง ว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่ง สารวัตร ถึง ผู้บังคับการ วาระ 2561 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้เสนอพิจารณาแต่งตั้ง ร.ต.อ.ชานันท์ ให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น โดยให้เหตุผลว่า ร.ต.อ.ชานันท์ มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าที่ มีภาวะผู้นำและเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา โดยสำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับผู้นำหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพื่อรองรับภาระกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งได้ผ่านหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย หรือนเรศวร 261 ประกอบกับ ร.ต.อ.ชานันท์ รักษาการตำแหน่งผู้บังคับกองร้อยมาเป็นเวลา 1 ปีเศษ ตั้งแต่ 25 มีนาคม 2561 ในขณะที่รักษาการในตำแหน่งดังกล่าว ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ มีประสิทธิภาพ จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาว่า มีความเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ แต่เนื่องจากการแต่งตั้งดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎ ก.ตร. ทาง ตร.จึงได้เสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งดังกล่าว ซึ่งทาง ก.ตร. มีมติเห็นชอบแต่งตั้งตามที่ ตร.เสนอ สำหรับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งรองสารวัตรไม่ครบ 7 ปี ไม่เป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ในส่วนนี้ทาง ตร. ได้นำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณา ซึ่ง ครม. มีการประชุมเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 มีมติอนุมัติการแต่งตั้งตามที่ ตร. เสนอ

"กรณีนี้หากเป็นเรื่องเหตุผลส่วนตัวในการพิจารณาแต่งตั้ง ร.ต.อ.ชานันท์ ให้เลื่อนตำแหน่งในระดับสารวัตร ก็สามารถแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งอื่น เช่น ตำแหน่งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร สว.สืบสวน สวป. ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องปฏิบัติงานภาคสนามและมีความเสี่ยง แต่กรณีนี้ทาง ตชด. ได้พิจารณาคัดสรรตัวบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสม เป็นการเลื่อนตำแหน่งตามสายงานเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับภาระกิจ รวมทั้งเป็นการสร้างบุคคลากรหน่วยให้มีความชำนาญเฉพาะทาง และขอยืนยันว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ" พล.ต.ต.เดชา กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ร.ต.อ.ชานันท์ มีความรู้ความสามารถ จบหลักสูตรพลซุ่มยิง จากประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผู้บังคับหน่วยต้องผ่านในการปฏิบัติหน้าที่ในกองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผ่านหลักสูตรเอฟบีไอ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านหลักสูตรการสืบสวนหลังเหตุระเบิด จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวไม่ใช่ว่าใครจะเป็นก็ได้ การเอาคนในขึ้นดำรงตำแหน่ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เห็นว่า ผู้ที่มานำหน่วยต้องมีความพิเศษจริงๆ คนอย่างลูกชาย ผบ.ตร. พูดกันตรงๆ ท่านจะแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งใดก็ได้ หากแต่งตั้งตามอำเภอใจตามที่สื่อนำเสนอ ไปอยู่ที่สบายๆ ดีกว่า ทำไมจึงไม่มีใครถามว่า ทำไมถึงไปอยู่ ตชด. สำหรับคนอื่นที่มีลักษณะพิเศษแบบนี้ก็ได้รับการแต่งตั้งในลักษณะแบบนี้เหมือนกัน จึงมีข้อสังเกตว่า การแต่งตั้งผ่านมาตั้งแต่ 30 เม.ย. 2562 ทำไมเพิ่งมาออกข่าวในช่วงนี้