ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก2ปีไม่รอลงอาญา "จ่าประสิทธิ์" คดีรับของโจร

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 12:25 น.
ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก2ปีไม่รอลงอาญา "จ่าประสิทธิ์" คดีรับของโจร
"ศาลอุทธรณ์" พิพากษายืนจำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา "จ่าประสิทธิ์ ไชยศรีษะ" คดีครอบครองเสื้อเกราะ-หมวกนิรภัยที่ถูกแย่งชิงมาจากเจ้าหน้าที่ระหว่างเหตุสลายม็อบนปช.ปี53

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 63 ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และแนวร่วมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ และรับของโจร

กรณีเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2553 เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถจำเลย พบมีเสื้อเกราะกันกระสุนและหมวกนิรภัยปราบจราจลซึ่งเป็นเครื่องยุทธภัณฑ์โดยมิได้รับอนุญาต ที่สูญหายไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าทหารปฏิบัติการสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. โดยขณะที่ ส.อ.ชนะยุทธ คมสาคร สังกัดกองทัพภาค 1 กำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้มีคนร้ายมากกว่า 3 คนขึ้นไปร่วมกันใช้คันธงยาว 1 เมตร ตีประทุษร้ายและแย่งชิงหมวกนิรภัยปราบจลาจลของ ส.อ.ชนะยุทธไป โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2561 ให้จำคุกจำเลย ฐานรับของโจรเป็นเวลา 1 ปี และจำคุกฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ เป็นเวลา 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

ขณะที่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว พบว่า พฤติการณ์ของจำเลยเป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ซึ่งหมวกนิรภัยและเสื้อเกราะที่จำเลยรับไว้นั้น ได้มาจากการแย่งชิงจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ จำเลยไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันตัวตามที่อ้าง อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยขอให้รอลงอาญานั้น ศาลอุทธรณ์พิจารณาพฤติการณ์ชุมนุมที่ปรากฏข่าว ทราบโดยทั่วไปว่ามีการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสของเจ้าหน้าที่ มิใช่มีแต่ผู้ชุมนุม ไม่ถือเป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

หลังฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ได้ขอสู้คดีในชั้นฎีกาต่อ โดยเตรียมหลักทรัพย์มา 7 แสน เพื่อขอประกันตัว