"บิ๊กตู่" ย้ำรัฐเร่งแก้ปัญหาฝุ่น วอนช่วยกันแก้

วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 11:40 น.
"บิ๊กตู่" ย้ำรัฐเร่งแก้ปัญหาฝุ่น วอนช่วยกันแก้
นายกฯ อวยพรตรุษจีน “ซินเหนียนไคว้เล่อ” ขอคนไทยมีความสุข พร้อมชวนวิ่ง "มาราธอนระดับโลก"  ชี้ "มีประโยชน์กว่าวิ่งอย่างอื่น" ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญแก้ปัญหาฝุ่นPM 2.5 ฉุนเล่นข่าวแค่ค่าฝุ่น แต่ไม่บอกแก้อย่างไร

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุมนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และผู้บริหารกระทรวง นำเยาวชนต้นแบบประกอบด้วย ทีมแกะสลักน้ำแข็งวิทยาลัยสารพัดช่างตราด ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 พร้อมรางวัล Best creative Award ชื่อชิ้นงาน “รัก ยืน ยาว” ทีมแกะสลักน้ำแข็งทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้รับรางวัลที่ 2 ชื่อชิ้นงาน “พลังแห่งความสามัคคี”“Unity is Strength” นักกีฬายูยิตสู นายภาณุวัฒน์ ดีนะตาม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง จ.ขอนแก่น จากเด็กติดเกม สู่แชมป์โลกกีฬา “ยูยิตสู” ปลดหนี้ครอบครัวในวัย 16 ปี และนักจัดกิจกรรม กลุ่มแกนนำเยาวชน จำนวน 30 คนเข้าพบนายกฯ โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอให้ช่วยกันทำอะไรให้สังคมดีกว่าให้ประเทศเกิดความขัดแย้ง เอาเวลาไปทำอะไรที่สร้างสรรค์ อย่าไปทำเรื่องอื่นมากนัก ทั้งนี้ตัวแทนเยาวชนได้ให้กำลังใจนายกฯ ให้สู้ในการทำงาน ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า ตนก็สู้ทุกวันอยู่แล้ว

จากนั้นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2563 โดยมีศิลปิน The untamed boy ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักแสดงเรื่องปรมาจารย์ลัทธิมาร ซึ่งเป็นทูตท่องเที่ยวในการเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ทั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวว่า อวยพรเป็นภาษาจีนว่า ซินเหนียนไคว้เล่อ สวัสดีวันตรุษจีน ขอให้ทุกคนมีความสุขในปีใหม่จีน โดยในปีจะครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนที่มีมา 45 ปี แต่จริงๆ แล้วความสัมพันธ์ไทย-จีนมีมาเป็นร้อยปีแล้วก็รู้กันอยู่ ทั้งนี้นายกฯ ได้สอบถามผู้ที่มาร่วมประชาสัมพันธ์ว่า บอยแบนด์มาด้วยหรือก่อนที่นายกฯ จะหันไปมอง พร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า ชอบๆ

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ยังได้นำคณะผู้จัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลก เข้าพบนายกฯ เพื่อการประชาสัมพันธ์การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ครั้งที่ 3 ประจำปี 2563 รายการ AMAZING THAILAND MARATHON BANGKOK 2020 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จำนวน 8 รางวัล ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.โดยประเภทมาราธอนปล่อยตัวที่ราชมังคลากีฬาสถาน เข้าเส้นชัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประเภทฮาล์ฟมาราธอน เริ่มต้นที่ถนนราชดำเนินกลางแล้ววิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนดและเข้าเส้นชัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เช่นเดียวกับประเภท 10 กิโลเมตรและ 5 กิโลเมตร โดยได้มอบเสื้อวิ่งป้ายบิบที่มีชื่อให้กับพล.อ.ประยุทธ์

ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่า จะไปร่วมวิ่งด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไปหรือไม่ยังไม่รู้ดูเวลาก่อน อย่างไรก็ตามอยากให้มาวิ่งกันอย่างนี้บ้าง มีประโยชน์ดีกว่าไปวิ่งอย่างอื่น เมื่อย”

จากนั้น นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร.รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)และคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกฯเพื่อนำเสนอผลงานการพัฒนาระบบบริหารจัดการปัญหาฝุ่นควันและแอปพลิเคชั่น AirCMI ที่ได้มีการนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ โดยเป็นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่นายกฯกล่าวว่า มีหลายกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ต้องดูใครเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย โดยเฉพาะเด็กๆที่มีภูมิต้านทานน้อยกว่าผู้ใหญ่ ส่วนตนมีภูมิต้านทานพอสมควร เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้มานานแล้ว เราต้องช่วยกันแก้ไขแบบครบวงจร โดยมีหลายคนที่เกี่ยวข้อง คงไม่ใช่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการออกไปเยอะแยะ ต้องช่วยกัน อย่างประชาชนสวมใส่หน้ากากกันฝุ่น

นายกฯ กล่าวว่า ทุกประเทศมีการจราจรที่หนาแน่น มีการเผาวัชพืชทางการเกษตร ปัญหาเหล่านี้เราต้องแก้ไข รวมถึงประเทศรอบบ้านที่มีการเผา เราก็ต้องเจรจากับเขา เราต้องช่วยกันเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จัดหาเครื่องวัดโดยให้งบประมาณลงไป ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนก มีทั้งการป้องกันและการแก้ไข ถ้าเราร่วมมือกัน มาตรการแบบบูรณาการ งบประมาณต้องมีการบูรณการ ต้องมีงบฯให้ทั่วถึง หากลงพื้นที่อย่างที่เคยทำมา ตนไม่ได้ว่าผิดหรือถูก แต่วันนี้ต้องลงทุกพื้นที่ให้ได้ มากน้อยตามศักยภาพและปัญหา

นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ประโคมข่าวแค่ค่าฝุ่น แต่ไม่ประโคมจะแก้อย่างไร เราต้องป้องกันตัวเอง เช่น ใส่หน้ากากจะช่วยลดได้พอสมควร หากค่าฝุ่นสูงแต่ทุกคนไม่ทำอะไรเลยจะได้หรือไม่ ต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ท่านเอาตรงนี้มาทั้งหมดแล้วบอกว่าแก้ปัญหาไม่ได้ เสี่ยงอันตรายอย่าไปเที่ยวงานแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ตนไม่เคยปิดบัง ขอให้ทุกคนช่วยกัน โดยเฉพาะลดปริมาณการใช้รถ เพราะไปห้ามคนใช้รถได้หรือไม่ ห้ามทำอุตสาหกรรม ห้ามเกษตรกรเผาได้หรือไม่ ท่านต้องไปบอกให้เขาเข้าใจ แล้วตนทำให้ได้หมด

"อย่ามาโจมตีกันในเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ว่าทำอะไรไม่ได้สักออย่าง แก้ไม่ได้ ให้เข้าใจรัฐบาลก็มีหน้าที่ ประชาชนก็มีหน้าที่ ทุกภาคส่วนก็มีหน้าที่ ถ้าไม่ช่วยกันบูรณาการเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ ก็ขอให้เป็นการติเพื่อก่อ ข้อเสนอแนะที่มีหลักการและมีเหตุผลพอสมควร ไม่ใช่ไอ้นี้ก็เสีย ไอ้นี้ก็ไม่ดี วิธีการเขาก็บอกจะช่วยกันอย่างไร แต่หลายคนไม่สนใจ กลับมาทิ่มแทงรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ" นายกฯ กล่าว

จากนั้น นายกฯ ได้เยี่ยมชมรถตรวจคุณภาพอากาศในบรรยากาศแบบเคลื่อนที่ พร้อมกล่าวว่า เป็นเครื่องมือวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ได้มาตรฐาน เที่ยงตรงสูงสุด นี้คือการบูรณาการเอาทุกปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เอาสาเหตุมาดูว่าจะแก้ไขอย่างไร วันนี้สัดส่วนการระบายฝุ่น PM 2.5 ในกทม.พบการขนส่งทางถนน 72.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นรถทั้งนั้น โดยเป็นรถบรรทุก 28 เปอร์เซ็นต์ รถปิ๊ก อัพ 21 เปอร์เซ็นต์ รถบัส 7 เปอร์เซ็นต์ รถยนต์ 10 เปอร์เซ็นต์ รถมอเตอร์ไซค์ 5 เปอร์เซ็นต์ รถตู้ 1.5 เปอร์เซ็นต์และอื่นๆ 2.5 เปอร์เซ็นต์ อาทิ การเผาในที่โล่ง 5 เปอร์เซ็นต์ ในครัวเรือน 2 เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรม 17 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องอื่นๆทั่วไปที่ไม่ใช่บนท้องถนนประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์

นายกฯ กล่าวว่า ดังนั้นกลุ่มใหญ่บนท้องถนนต้องแก้กันตรงนี้ จะช่วยกันอย่างไร เจ้าของรถในส่วนของรัฐและของประชาชนช่วยกันทั้งหมด ที่พบว่าปัญหาเกิดจากรถปล่อยควันดำมากที่สุด เราถึงต้องมีการปรับในเรื่องของขนส่งมวลชน อย่างโครงการรถไฟฟ้าขึ้นมา สถานการณ์ค่าฝุ่นปีนี้ถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสนใจ มีการส่งเสริมใช้น้ำมันดีเซล บี 10 และยังช่วยแก้ราคาปาล์มตกต่ำได้ด้วย นี้คือสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำ แล้วบอกว่ารัฐบาลไม่มีผลงาน ตนไม่เข้าใจ มันไม่ได้มีแค่วันนี้แต่มีนานแล้วแก้ไปเรื่อยๆ บ้านเมืองมันเจริญขึ้น คนมากขึ้น รถมากขึ้น ก็ธรรมดาที่มีปัญหา เราก็ต้องช่วยกันแก้ ถ้าช่วยกันติอย่างเดียว แล้วไม่ร่วมมือ มันจะทำอะไรได้

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต