"จตุพร"แนะรัฐแก้ภัยแล้งต้องเห็นแก่ตัวด้วยการกักน้ำบ้าง
"จตุพร"เหลืออดกับวิธีคิดแก้ปัญหาภัยแล้งแบบวันต่อวัน แนะรัฐคิดแก้ภัยแล้งระยะยาวต้องกล้า "เห็นแก่ตัว" วางแผนเก็บกักน้ำลงโขง-ทะเล
"จตุพร"เหลืออดกับวิธีคิดแก้ปัญหาภัยแล้งแบบวันต่อวัน แนะรัฐคิดแก้ภัยแล้งระยะยาวต้องกล้า "เห็นแก่ตัว" วางแผนเก็บกักน้ำลงโขง-ทะเล
เมื่อ 8 ม.ค. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า
นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยเจอภัยแล้งหนักหน่วง รุนแรงกว่า 50 ปี สิ่งสำคัญเพราะแต่ละ ประเทศต่างปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ไม่สนใจสิทธิ์ของประเทศอื่น โดยจีนกั้นน้ำโขงไว้เพื่อตัวเอง แต่ไทยกลับปล่อยน้ำลงแม่น้ำโขง ทำให้แม่น้ำหลายสายในประเทศเมื่อถึงหน้าแล้ง น้ำจึงแห้งขอดอย่างรวดเร็ว
รวมทั้ง เชื่อว่า หากไทยมีวิธีการเก็บกักน้ำไว้เป็นช่วงๆแล้ว ในฤดูแล้งประชาชนคงไม่ต้องเจอกับภัยแล้งรุนแรง ดังนั้น เมื่อแต่ละประเทศเห็นแก่ตัวในเรื่องน้ำ โดยกักน้ำไว้ส่วนตัว เราต้องควรเห็นแก่ตัวด้วยการกักน้ำเช่นกัน เราต้องหาวิธีการกักน้ำกันเป็นช่วงๆไปก่อนที่จะไหลลงสู้แม่น้ำโขง และปล่อยให้ออกทะเล
"เมื่อแต่ละประเทศมีทัศนะกับทรัพยากรธรรมชาติเปลี่ยนไป โดยจีนกักน้ำโขง ใครก็ทำอะไรไม่ได้ ลาวกักน้ำสร้างเขื่อนขายไฟฟ้าให้ไทยอีก แต่ไทยกลับจะเป็นผู้ให้กับโลกอย่างเดียว โดยไม่สนใจคนไทยในชาติ จนแม่น้ำโขงแห้งขอด สามารถเดินข้ามได้ และแม่น้ำในประเทศก็แห้งหนักกว่าแม่น้ำโขงอีก"
นายจตุพร กล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แนะวิธีแก้น้ำเค็มก่อนนำมาดื่มให้นำไปต้มนั้น ตนว่ายิ่งจะได้เกลือเพิ่มความเค็มขึ้นอีก ซึ่งเป็นการคิดไม่มากเลย เพราะการต้มน้ำจะเป็นการฆ่าเชื้อโรค ไม่ใช่แก้ความเค็ม
ดังนั้น ถ้าประเทศไทยไม่คิดปัญหาน้ำทั้งระบบแล้ว ปัญหาน้ำยังจะเป็นวิกฤต แล้วแก้กันแบบวันต่อวัน และเรียกหางบประมาณ 3 พันล้านมาขุดบ่อเหมือนในปัจจุบัน
"ทำไมช่วงหน้าแล้งจึงไม่ขุดคลอง ลอกบึง แต่ไปขุดลอกในหน้าฝน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหมกงบประมาณส่วนเกินไว้ ถ้าเรามาขุดคลองหน้าแล้งแล้ว รัฐแทบไม่ต้องเสียงบประมาณในการขุดลอกเลย โดยให้เอกชนประมูลแล้วแลกกับได้ผลประโยชน์จากการขายทราย ขายดิน"
นายจตุพร แนะว่า ถ้านำหน่วยงานเกี่ยวข้องกับน้ำมารวมกัน เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ควรมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน หลายประเทศเมื่อน้ำบนดินมาก ก็จะนำน้ำลงเก็บใต้ดิน เป็นต้น
แต่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่รับรู้มาส่วนใหญ่ทำหน้าที่ขุดเจาะน้ำอย่างเดียว ส่วนการเติมน้ำลงใต้ดินเพื่อมาใช้ฤดูแล้งยังไม่เคยได้ยิน จึงเกิดปัญหาหน้าแล้งรัฐก็ใช้งบขุดน้ำบาดาล แต่ไม่คิดจะเติมน้ำบาดาลอย่างไร
"ผมว่าประเทศไทยเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้น มักคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ผมว่าวันนี้เราต้องคิดบูรณาการกันแล้ว ควรคิดรื้อแผนพัฒนาการน้ำทั้งระบบ และสร้างแผนระยะยาวขึ้น อย่าคิดแค่เฉพาะหน้า เช่นเอาน้ำเค็มไปต้ม ขุดบ่อเอาดินไปขาย"


