posttoday

อินเดียวันนี้ (16)

08 มกราคม 2563

น.พ.วิชัย โชควิวัฒน

โดย...วิชัย โชควิวัฒน

**********************************

ยานสปุตนิก 2 ทยานขึ้นสู่อวกาศ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2500 เวลา 02.30 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช ตามคำบัญชาของนิกิต้า ครุสเชฟ นายกรัฐมนตรีของสหภาพโซเวียตในเวลานั้น

แต่เดิม หลังยานสปุตนิก 1 โซเวียตมีแผนจะส่งยานลำที่สองในเดือนธันวาคม 2500 แต่เป็นความประสงค์ของครุสเชฟ ที่จะส่งสปุตนิก 2 ออกสู่อวกาศ ในวันครบรอบ 40 ปี ของการปฏิวัติเดือนตุลาคมของสหภาพโซเวียต แปลว่ายานสปุตนิก 2 จะต้องโคจรอยู่ในอวกาศในวันดังกล่าวคือ 7 พฤศจิกายน 2500 ทุกอย่างจึงต้องเร่งรัดร่นเข้ามา ซึ่งสปุตนิก 2 สามารถทยานออกสู่ยานอวกาศได้ตามคำบัญชา และบรรลุเป้าหมายทางการเมืองของครุสเชฟอย่างงดงาม เพราะสามารถส่งสิ่งมีชีวิต คือ สุนัขออกไปโคจรรอบโลกในอวกาศได้สำเร็จ

แต่ความเร่งรัดนั้น ก็ทำให้หลายอย่างไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และถูกวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบมากมายในเวลาต่อมา ที่สำคัญคือการตายของสุนัขไลก้า ที่เสียชีวิตไปในยานอวกาศก่อนเวลาที่กำหนดหลายวัน

คำบัญชาให้ส่งยานสปุตนิก 2 ออกสู่อวกาศในวันครบรอบ 40 ปี ของการปฏิวัติเดือนตุลาคมเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 10 หรือ 12 ตุลาคม 2500 จึงมีเวลาเพียงไม่ถึง 4 สัปดาห์ในการออกแบบและสร้างยานสปุตนิก 2 แต่นักวิทยาศาสตร์โซเวียตก็ทำได้ตามคำบัญชาของครุสเชฟ

ทำได้เพราะหลายสิ่งหลายอย่างมีการเตรียมการไว้นานแล้วก่อนหน้านั้น

แผนจะส่งสุนัขสู่อวกาศ เพื่อปูทางสำหรับมนุษย์อวกาศเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2494 มีการทดลองส่งสุนัขขึ้นไปในยานบินสูงขึ้นเป็นลำดับแล้ว 12 ตัว ตามแผนจะส่งขึ้นไปในชั้นอวกาศในปี 2501 คำบัญชาของ ครุสเชฟมีผลคือเร่งแผนให้เร็วขึ้น มีการฝึกสุนัข 3 ตัว เตรียมไว้เพื่อการนี้ ชื่อ อัลบินา มุชก้า และ ไลก้า ซึ่งในที่สุดเป็นไลก้าที่ถูกเลือกขึ้นไป

ไลก้าเป็นสุนัขจรจัดในท้องถนนกรุงมอสโคว์ นักวิทยาศาสตร์เลือกสุนัขจรจัดเพราะมีประสบการณ์ชีวิตที่ยากลำบากมาแล้ว ทั้งความหนาวและความหิว ไลก้าเป็นสุนัขพันทางเพศเมีย อายุราว 3 ปี ไม่มีใครรู้อายุที่แท้จริง และสายตระกูลที่แท้จริงเพราะมันเป็นสุนัขจรจัด ไลก้าหนักราว 5 กก. ทีแรกนักวิทยาศาสตร์รัสเซียตั้งชื่อให้ไลก้าหลายชื่อ ได้แก่ คูดริยาฟกา (Kudryavka) แปลว่า “เจ้าลอนน้อย” (Little Curly) ซุคกา (Zhuchka) แปลว่า “เจ้าตัวน้อย” (Little Bug) และ ซิมอนชิก (Zimonchik) แปลว่า “เจ้ามะนาวน้อย” (Little Lemon) สุดท้ายเป็นชื่อไลก้า สื่อมวลชนในสหรัฐตั้งชื่อเล่นว่า มุทนิก (Muttnik) เป็นการเล่นคำกับยานสปุตนิก Mutt หมายถึงหมา เชื่อว่าไลก้าเป็นสุนัขพันธุ์ลากเลื่อนหรือพันธุ์นอร์ดิก โดยอาจมีสายพันธุ์เทอร์เรียร์ผสมด้วย องค์การนาซ่าเชื่อว่าไลก้าเป็นเลือดผสมซาโมเยดเทอร์เรียร์ (part-Samoyed Terrier) ไลก้าเป็นสุนัขใจเย็น ไม่ทะเลาะกับสุนัขตัวอื่น

มีการฝึกให้สุนัขอยู่ในกรงเล็กลงๆ ในช่วง 20 วัน พบว่าเมื่ออยู่ในกรงเล็กๆ มันจะไม่เยี่ยว ไม่ขี้ และกระวนกระวาย การให้ยาระบายไม่ช่วย แต่นานเข้ามันจะปรับตัวได้ มีการทดลองให้สุนัขเข้าเครื่องปั่นเพื่อให้เหมือนตอนอยู่บนหัวจรวดเวลายิงขึ้นจากพื้นโลก และให้อยู่ในเครื่องที่ส่งเสียงดังเหมือนเมื่ออยู่ในยานตอนยิงขึ้น ซึ่งพบว่าความดันเลือดสุนัขจะสูงขึ้น 30-65 มม.ปรอท อาหารที่มีคุณค่าโภชนาสูงทำเป็นรูปเจลาตินให้สุนัขฝึกกิน

ตามแผน ไลก้าจะเป็นผู้ “เสียสละเพื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในพันธกิจทางเดียวสู่อวกาศ” (a sacrifice to science on a one-way mission to space) นั่นแปลว่ามันต้องเสียชีวิตอยู่บนยาน

ดร.วลาดิเมียร์ ยาซดอฟสกี ได้เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวกับการแพทย์อวกาศว่า “ไลก้าสงบและมีเสน่ห์... ผมต้องทำสิ่งดีๆ บางอย่างให้เธอ : เธอมีเวลาเหลือน้อยเต็มทีที่จะมีชีวิตอยู่” ก่อนกำหนดสู่อวกาศนักวิทยาศาสตร์พาไลก้ากลับบ้านไปเล่นกับลูก

สุนัขอัลบินา เตรียมไว้สำรอง โดยให้ทดลองขึ้นไปในระดับความสูง 2 ครั้งกับจรวดทดสอบ ส่วนมุชก้าเป็นตัวควบคุม (control) ให้อยู่บนพื้นดิน ใช้ทดสอบเครื่องมือและเครื่องช่วยชีวิต

บนเคบินในยานสปุตนิก 2 บุนวมให้ไลก้า ยืน นั่ง หรือนอนได้ มีเครื่องผลิตออกซิเจนและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ มีพัดลมซึ่งจะทำงานเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 15oซ. มีอาหารพอให้กิน 7 วัน มีถุงถ่าย และมีโซ่กับสายจูงล่ามไว้

ไลก้าถูกนำไปไว้ในแคปซูลบนยานอวกาศ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม ก่อนกำหนดยิงจรวด 3 วัน อากาศช่วงนั้นหนาวมาก ต้องมีเครื่องทำความอุ่นส่งเข้าไปตามท่อ ก่อนยิงจรวดมีการอาบน้ำให้ไลก้า ทาไอโอดีนบริเวณที่จะติดเซนเซอร์ ก่อนปิดฝาครอบนักวิทยาศาสตร์จูบไลก้าที่จมูกและอวยพรให้เดินทางปลอดภัย (bon voyage) ทั้งๆ ที่รู้ว่าไลก้าจะต้องตายในยาน

หลังจรวดทยานขึ้น ไลก้าหายใจเร็วขึ้น 3-4 เท่าของปกติ ชีพจรเต้นเร็วขึ้นจาก 103 ครั้ง / นาที เป็น 240 ครั้ง / นาที เมื่อเข้าสู่วงโคจรสามารถสลัดยานส่วนหนึ่งได้สำเร็จ แต่ส่วนแกนสลัดไม่หลุดตามแผน ทำให้ควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ อุณหภูมิสูงขึ้นเป็น 40oซ. สามชั่วโมงในสภาพไร้น้ำหนักชีพจรไลก้าลดลงเหลือ 102 ครั้ง / นาที เท่ากับ 3 เท่าของปกติ แสดงถึงภาวะเครียด แต่ยังกินอาหารได้ ราว 5-7 ชม. หลังบิน สัญญาณชีพหยุด

ทางโซเวียตให้ข่าวอย่างสับสน ตามแผนเมื่อจำเป็นจะมีการทำ “การุณยฆาต” โดยให้อาหารผสม ยาพิษ มีข่าวลือออกมาต่างๆ ในปี 2542 มีข่าวว่าไลก้าตายจากความร้อนในยาน ระหว่างโคจรรอบโลกรอบที่ 4 เมื่อเดือนตุลาคม 2545 ดิมิตรี มาลาเชนคอฟ นักวิทยาศาสตร์ในโครงการสปุตนิก 2 เปิดเผยว่า ไลก้าตายจากความร้อนระหว่างการโคจรรอบโลกรอบที่ 4 ในรายงานที่เขาเสนอในการประชุมอวกาศโลกที่ฮุสตัน ระบุชัดเจนว่า “เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างระบบควบคุมอุณหภูมิที่ไว้วางใจได้ในเวลาที่จำกัดเช่นนั้น”

ในเวลานั้น ทั้งสหรัฐและโซเวียตต่างมุ่งแข่งขันเอาชนะกันด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการเมือง ปัญหาจริยธรรมในการใช้สัตว์ทดลองมาปรากฏในภายหลัง ในอังกฤษสันนิบาตแห่งชาติเพื่อปกป้องสุนัข เชิญชวนให้เจ้าของสุนัขยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 นาที ราชสมาคมเพื่อป้องกันการทารุณสัตว์ได้รับข่าวการต่อต้าน ก่อนวิทยุมอสโกประกาศข่าวการส่งสปุตนิก 2 เสร็จสิ้น กลุ่มสิทธิสัตว์เชิญชวนสมาชิกไปต่อต้านหน้าสถานทูตโซเวียต และมีกลุ่มต่อต้านไปประท้วงที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติที่นิวยอร์ค แต่นักวิจัยในห้องปฏิบัติการในสหรัฐสนับสนุนโซเวียตก่อนทราบข่าวการเสียชีวิตของไลก้า

ในสหภาพโซเวียตไม่มีข่าวการคัดค้านใดๆ จนหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ในปี 2541 โอเลก กาเซนโก นักวิทยาศาสตร์ที่รับผิดชอบการส่งไลก้าสู่อวกาศ ได้แสดงความเสียใจว่า “การทำงานกับสัตว์เป็นเหตุให้เราทุกคนต้องเจ็บปวด เราดูแลพวกเขาเหมือนเด็กเล็กๆ ที่พูดไม่ได้ ยิ่งเวลาผ่านไป ผมยิ่งเสียใจกับมัน เราไม่ควรจะทำเช่นนั้น .... เราไม่ได้เรียนรู้มากพอจากปฏิบัติการครั้งนี้ที่จะให้เหตุผลที่เพียงพอกับการตายของสุนัขตัวนี้”

ไลก้าได้รับการจารึกไว้หลายแห่งทั่วโลกในรูปแบบต่างๆ ทั้งในรูปอนุสาวรีย์ แสตมป์ หนังสือสารคดี ภาพยนตร์ นวนิยาย เพลง

งานบุกเบิกอวกาศของรัสเซียต่อมา มีสุนัขตายอีก 4 ตัว บาร์ และ ลิซิชกา ตายจากจรวด อาร์-7 ระเบิดหลังทยานจากฐานยิงพักเดียว เมื่อ 28 กรกฎาคม 2503 ปชโยลกา และมุชกา ตายในยาน โคราบล-สปุตนิก 3 ขณะกลับเข้าสู่บรรยากาศของโลก และยานถูกระเบิดทำลายเพื่อมิให้ต่างชาติเข้ามาตรวจสอบ เมื่อ 1 ธันวาคม 2503

*************************************



 

ข่าวล่าสุด

เกาหลีใต้บังคับใช้กฎหมาย AI ครบวงจร สตาร์ตอัพหวั่นฉุดนวัตกรรม