"เทพไท"ชี้ 7ปัจจัยกระทบเศรษฐกิจปี63 แนะรัฐบาลเร่งแก้ไข

วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 11:18 น.
"เทพไท"ชี้ 7ปัจจัยกระทบเศรษฐกิจปี63 แนะรัฐบาลเร่งแก้ไข
"เทพไท" ยก 7 ปัจจัยกระทบเศรษฐกิจไทยปี63 แนะรัฐบาลเร่งระดมความคิด หาทางแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 63 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ ขออวยพรให้คนไทยทุกคน จงก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจของบ้านเมืองไปให้ได้ เพราะในปีใหม่นี้ คนไทยทุกคนต้องเตรียมมือกับภาวะเศรษฐกิจของบ้านเมืองในทุกๆด้าน

"หลายคนบอกว่าปีที่ผ่านมาเป็นการเผาหลอก ปีนี้จะเป็นการเผาจริง ทำให้หลายคนต้องตื่นตระหนกกับภาวะเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ เพราะหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจย่ำแย่อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา5ปี ภายใต้การบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี"นายเทพไทกล่าว

นายเทพไทกล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ปีนี้ ตนได้มีโอกาสไปเดินตลาดนัดหลายแห่ง เพื่อไปสำรวจภาวะเศรษฐกิจ และสวัสดีปีใหม่กับพ่อค้าแม่ค้า และผู้มาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในตลาดนัด ทุกคนจะบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีเงินซื้อของ พ่อค้าแม่ค้าก็บ่นกันว่าขายของไม่ได้ และตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ใช้ชีวิตภายใต้เศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ไม่ใครจะออกมายืนยันว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจจะดีแค่ไหนก็ตาม แต่ดัชนีที่วัดภาวะเศรษฐกิจที่ดีที่สุดก็คือเงินในกระเป๋าของชาวบ้าน ซึ่งจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

สำหรับสถานการณ์ของบ้านเมืองตลอดปี2563 สภาพเศรษฐกิจของประเทศจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้คือ

1.สินค้าพืชผลการเกษตรยังคงตกต่ำ พืชหลัก5ชนิด ที่ได้รับการประกันรายได้ของเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล คือ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด มันสำปะหลัง ราคาท้องตลาดยังไม่ทะลุเพดานราคาประกันของรัฐบาล ยกเว้น ปาล์มน้ำมัน ที่ตอนนี้ราคาทะลุราคาประกัน กก.ละ4บาท อยู่ที่ กก.ละ6.50บาท

2.ยอดการส่งออกของประเทศลดลง7% ซึ่งกระทบต่อรายได้ของประเทศเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านต่างๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

3.โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง ประกาศเลิกกิจการ ปิดโรงงาน คนงานตกงาน กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ครัวเรือนต่างๆมากมาย

4.อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ประกาศย้ายฐานผลิตจากประเทศไทยไปยังประเทศอื่น

5.เงินบาทแข็งค่า มีผลกระทบต่อการส่งออก และกระทบต่อการแข่งขันทางการค้ากับประเทศอื่นๆ

6.หนี้ครัวเรือนของประชาชนสูงเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

7.งบประมาณรายจ่ายของรัฐ ประจำปี2563 ประกาศใช้ล่าช้าไปจากปกติประมาณ5เดือน กระทบต่อแผนงานการลงทุนภาครัฐ

ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้จะส่งกระทบต่อสภาพคล่องของประเทศ และกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งระดมความคิด และหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจเรื่องปากท้องของประชาชนให้เร็วที่สุด สร้างทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลให้เข้มแข็ง มีเอกภาพ ทำงานแบบบูรณาการเพื่อกอบกู้สภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปให้ได้

"ในฐานะสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลคนหนึ่ง ขอเป็นกำลังใจและสนับสนุนให้รัฐบาลชุดนี้ทำงานบริหารประเทศอย่างเต็มความสามารถ และจะขอเป็นปากเสียงแทนพี่น้องประชาชน ขอให้คนไทยทุกคนจับมือกันฝ่าฟันวิกฤตของประเทศไปให้ได้ด้วยกัน"นายเทพไทกล่าว