ปชป.สอนอนาคตใหม่สู้คดียุบพรรคแนะนำความจริงสู่ศาลรธน.

วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 11:27 น.
ปชป.สอนอนาคตใหม่สู้คดียุบพรรคแนะนำความจริงสู่ศาลรธน.
ปชป.สอนประสบการณ์คดียุบพรรคการเมือง แนะทีมกฏหมายอนาคตใหม่นำความจริงสู้ในศาลรัฐธรรมนูญ อย่าพุ่งเป้าทำลายล้างลดความน่าเชื่อถือแค่องค์กร

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2562 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลว่า ขณะนี้ยืนยันว่าไม่มีปัญหาในกระบวนการทำงานแต่อย่างใด พรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพ โดยเฉพาะภายใต้การทำงานของนายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ซึ่งได้ย้ำชัดในที่ประชุม ส.ส. ให้ทุกคนที่มีหน้าที่ตามภารกิจ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรีของพรรค เร่งทำงานให้กับพี่น้องประชาชน

พรรคประชาธิปัตย์มีกลไกในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนพรรคและสาขาพรรคในทุกจังหวัดก็จะเป็นอีกกลไกที่จะช่วยกันแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนกรณีผู้ที่เป็น ส.ส. ก็มีความชัดเจนว่าทุกคนเห็นพ้องต้องกันตามที่หัวหน้าพรรคกล่าวย้ำในเรื่องการลงมติในสภาว่า ส.ส. ทุกคนมีหน้าที่ลงมติตามวิปพรรค หากมีใครที่ลงมติแตกต่างไปจากมติพรรค ก็จะให้เลขาธิการพรรคดำเนินการตามข้อบังคับพรรคต่อไป

นายราเมศกล่าวต่อว่าในส่วนของคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณี กกต. ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ ทุกอย่างก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ เชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่มีทีมกฎหมายที่เตรียมไว้ในการต่อสู้คดีอยู่แล้ว จากอดีต กกต. ก็เคยยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจากประสบการณ์หลายครั้ง และครั้งล่าสุด ปี 2553 มีสมาชิกของพรรคเพื่อไทยไปยื่นยุบพรรคนั้น จะเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ประชาธิปัตย์เราผ่านมาได้คือการนำความจริงไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ และท้ายที่สุดก็เป็นที่ชัดเจนว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ยกคำร้อง ทั้ง ๆ ที่มีคนพยายามวิ่งเต้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม

"เราเคารพกระบวนการยุติธรรม เคารพศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นคดีที่ กกต. มีมติยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ ความจริงเท่านั้นที่จะช่วยได้ อยากให้มีการสู้คดีในเนื้อหาสาระ ไม่อยากให้มีการพุ่งเป้าการสู้คดีไปที่ประเด็นการลดความน่าเชื่อถือองค์กรหรือกระบวนการ เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญให้ความเป็นธรรมและดูข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาสั่งได้เพราะขนาดมีคนของพรรคการเมืองบางพรรคพยายามวิ่งเต้นเพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์เมื่อ ปี 2553 ยังไม่สามารถทำได้เลย" นายราเมศกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากรณีการตรวจสอบการต่อสัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์มีความคิดเห็นอย่างไรนั้น นายราเมศตอบว่าการตรวจสอบของนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ และนายวัชระ เพชรทอง นั้น เป็นการดำเนินการในฐานะส่วนตัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคแต่อย่างใด เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนอยู่แล้ว