"วิษณุ"ชี้กม.เอาผิดงูเห่าได้ แต่ถ้าไร้หลักฐานก็ต้องยกประโยชน์ให้

วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 16:38 น.
"วิษณุ"ชี้กม.เอาผิดงูเห่าได้ แต่ถ้าไร้หลักฐานก็ต้องยกประโยชน์ให้
"วิษณุ" เผยมีกฎหมายเอาผิด "ส.ส.งูเห่า" แต่หากไร้หลักฐานก็ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้ ชี้ถ้าจะหาหลักฐานจริงๆ อาจจะหาได้ก็ได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการย้ายพรรคและฝ่ายฝั่งของ ส.ส. ว่า ไม่มีความเห็น แต่การย้ายพรรคตอนนี้ไม่สามารถทำได้ นอกจากถูกไล่ออกจากพรรค หรือยุบพรรคด้วยความสมัครใจของตัวเอง แบบนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ กับยุบพรรคโดยถูกศาลสั่ง

ต่อข้อถามว่าพรรคอื่นๆ ที่มีแต่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วอยากจะย้ายพรรค สามารถใช้โมเดลของนายไพบูลย์ได้เลยหรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ตอบว่าทำได้หรือไม่ได้ และกรณีของนายไพบูลย์ได้หรือไม่ ตนยังไม่รู้เลย ซึ่งก็ต้องคิด เหมือนกับถูกศาลสั่งยุบพรรค แล้ว ส.ส.บัญชีรายชื่อจะทำอย่างไร ส.ส.แบบแบ่งเขตจะทำอย่างไร ซึ่งก็ทำแบบเดียวกัน

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาเคยเห็น ส.ส.ฝ่ายค้าน มาให้ความร่วมมือกับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล อย่างที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่รู้ จำไม่ได้ว่ามีหรือไม่ และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่รูปแบบรัฐบาลแห่งชาติ เพราะรัฐบาลแห่งชาติจริงต้องมาทั้งหมด ถ้ายังไม่หมดก็ไม่ใช่

เมื่อถามว่าปัจจุบันมีกฎหมายใดเอาผิดกับ ส.ส. งูเห่าหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่ามี อยู่ใน พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พรป. ว่าด้วยพรรคการเมือง แต่การจะเอาผิดใครต้องมีหลักฐาน ไม่อย่างนั้นจะอ้างและพูดกันไปเรื่อย แล้วเราไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง บางครั้งรู้สึกว่ามันน่าจะจริง แต่ไม่มีหลักฐาน ก็เหมือนการกระทำทำผิดทั้งหลาย หากพยานหลักฐานไม่ชัดเจนก็ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เขาไป เพียงแต่ว่าถ้าจะหาหลักฐานจริงๆ อาจจะหาได้ก็ได้

เมื่อถามว่า เรื่องงูเห่ามีการพูดกันมาตลอดตั้งแต่อดีต แต่ไม่เคยมีการจับใครได้ใช่หรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่าไม่รู้ อาจจะได้งูจงอางบ้าง งูเขียวบ้าง งูเหลือมบ้าง

นายวิษณุยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะหารือกันถึงรายชื่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันเดียวกันนี้ (9 ธ.ค.) ว่า ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้นจบไปแล้ว ส่งรายชื่อผู้ที่จะไปเป็น กมธ. ไปนานแล้ว

ส่วนผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.นั้น เป็นเรื่องที่ กมธ.จะไปเลือกกันเอง ไม่ว่าอะไร ใครก็แล้วแต่ ซึ่งต้องใช้เสียงข้างมากของ กมธ. ซึ่งมี 49 คน ส่วนที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล ระบุว่าการอภิปรายเรื่องญัตติดังกล่าวอาจไม่จบภายในวันเดียวนั้น คนที่เสนอญัตติได้อภิปรายแน่นอน ส่วนคนอื่นจะได้ผสมโรงพูดด้วยหรือไม่นั้นก็แล้วแต่ ต้องดูว่าอยากพูดกันหรือไม่ หากอยากพูดมันก็ยาว ไม่สามารถตั้งได้ภายในวันเดียว แต่ถ้าอยากตั้ง กมธ. เร็ว ก็ตั้งเสีย ซึ่งแล้วแต่เขา