พยานหลักฐานยังไม่มีน้ำหนัก เหตุผลยกฟ้อง "พานทองแท้"

วันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 12:28 น.
พยานหลักฐานยังไม่มีน้ำหนัก เหตุผลยกฟ้อง "พานทองแท้"
ศาลพิเคราะห์แล้วพบว่า พยานหลักฐานอัยการโจทก์ ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า "พานทองแท้" ฟอกเงิน ขณะที่เจ้าตัวขอบคุณทุกกำลังใจ

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 62 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้พิพากษายกฟ้อง นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 , 9 , 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 91 ในคดีฟอกเงิน ทุจริตการปล่อยสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ให้ธุรกิจเครือกฤดามหานคร

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลยนำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า นายพานทองแท้ จำเลยไม่ผิดฐานฟอกเงิน เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานอัยการโจทก์ ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่านายพานทองแท้ จำเลยได้รู้ที่มาของเงินจำนวน 10 ล้านบาท ที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ โอนเข้าบัญชีของจำเลย ว่านายวิชัยได้มาจากการกระทำผิดทุจริตการปล่อยกู้แบงค์กรุงไทย ซึ่งขณะที่รับโอนเงิน นายพานทองแท้มีอายุเพียง 26 ปีเพิ่งจบการศึกษาปริญญาตรี และขณะนั้นมีเงินจากหุ้นในบริษัทอยู่แล้ว ถึง 4,000 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับเงิน 10 ล้านบาทที่โอนเข้าบัญชีแล้วคิดเป็น 0.0025 % จากยอดเงินหุ้นที่มีรายได้ดังกล่าว

นอกจากนี้ในส่วนคดีที่มีการกล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองว่าร่วมทุุจริตการปล่อยกู้ของแบงค์กรุงไทยหรือไม่ ก็ปรากฏว่าศาลฎีกาฯได้พิพากษายกฟ้องนายทักษิณไปแล้ว

ขณะที่โจทก์นำสืบได้เพียงว่าขณะที่รับโอนหุ้นในพานทองแท้เป็นบุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตรและมีความสนิทสนมกับครอบครัวของนายวิชัยเพียงเท่านั้น

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายพานทองแท้ ได้กล่าวเพียงสั้นๆว่า "ขอบคุณทุกกำลังใจ วันนี้ได้รับกำลังใจเยอะ"

ขณะที่ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มารดาซึ่งเดินทางมาพร้อมนายพานทองแท้ ได้กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า "ขอบคุณค่ะ สบายใจขึ้น"