"อนาคตใหม่"อัด "ประยุทธภัย" จี้รัฐออกมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

วันที่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 18:15 น.
"อนาคตใหม่"อัด "ประยุทธภัย" จี้รัฐออกมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
"วิโรจน์" พรรคอนาคตใหม่" ตั้งกระทู้ถามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ - ชี้คนตกงานเพียบ "หม่อมเต่า"ชี้โครงการรัฐเริ่มเดินหมดแล้ว คาด1-2ปีเห็นผล

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 62 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยนายกฯ มอบหมายให้ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาเป็นผู้ตอบคำถามแทน ทั้งนี้ เป็นการถามทีละคำถาม สลับกับการตอบของรัฐมนตรี

นายวิโรจน์ กล่าวว่า มาตรการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งจากข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุ ตั้งแต่ ม.ค.-ต.ค.2562 มีโรงงานที่เลิกกิจการ 1,989 แห่ง ซึ่งกระทบกับการจ้างงานเกือบ 50,000 คน หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ส่งออกไม่ดี ท่องเที่ยวไม่ได้ผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ถามว่า 1.รัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่เป็นรูปธรรมอะไรบ้างที่จะแก้ไขปัญหาและเยียวยา 2. อัตรากำลังการผลิตใน ก.ย.2562 อยู่ที่ 64.73% ต่ำสุดนับแต่เดือน ธ.ค. 2554 หรือในรอบ 94 เดือน หรือเกือบ 8 ปี ซึ่งครั้งนั้นเราเจอปัญหาอุทกภัย แต่คราวนี้เป็น "ประยุทธภัย" คำถามคือ มาตรการระยะสั้นที่ประชาชนคาดหวังได้ในระยะสั้น คือ เดือนหน้าหรือภายในปีนี้หรือต้นปีหน้าคืออะไร และ 3.ขอถามจริงๆ ว่ามาตรการที่จะเข้าไปแก้ไขเศรษฐกิจ มีแค่ชิม ช็อป ใช้ แค่นี้จริงๆ หรือ ไม่มีอะไรเลยจริงๆ

"หม่อมเต่า" แจงกำลังการผลิต 65% พอเหมาะ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล ตอบคำถามโดยสรุปว่า โรงงานเปิดใหม่สูงกว่าโรงงานปิดเกือบ 2 เท่าตัว เพราะประเทศไทยกำลังเจริญเติบโต มีหลายโรงงานที่อยู่ในธุรกิจที่ไม่ใช่ ต้องปิดแล้วไปเปิดโรงงานใหม่ คนงานออกไปเดือนละเฉลี่ย 4-5 พันคน เดือนเดียวก็หางานใหม่ได้หมด กระทรวงฯ หางานให้ มีงานว่างรออยู่กว่า 76,000 ตำแหน่ง และยังมีการฝึกคนงานให้เข้ากับการจ้างงานในยุคใหม่มากขึ้น 2.อัตราการกำลังการผลิต 65% น่าดีใจแล้ว เพราะเคยเห็นต่ำกว่า 40% อัตรากำลังการผลิตที่ใช้ 65% นี้เป็นปกติ เป็นอัตราที่กำลังพอดีพอเหมาะแล้ว ส่วนจะลงต่ำกว่านั้นหรือไม่ ตอนนี้การเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐในขณะนี้แนวโน้มดีขึ้น คำถามคืออุตสาหกรรมไทยสามารถเข้าไปเอาประโยชน์ได้อย่างไรหรือไม่

และคำตอบข้อ 3. ระบุว่า แนวทางการพัฒนาประเทศต้องเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่การสร้างอุตสาหกรรม รัฐบาลที่แล้วไม่ได้ทำโครงการที่เป็น logistic จนมีโครงการแรกออกมาเมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว และตอนนี้โครงการเริ่มเดินหมดแล้ว ภายในสัก 1-2 ปีเงินจะเริ่มออกมา หมุนเวียนในเศรษฐกิจเป็น 1.7 เท่า ส่วนโครงการอื่นๆ ที่กระตุ้นการใช้จ่ายก็มีความจำเป็นในสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ แต่โดยรวมแล้วประเทศจะเจริญไม่ได้เลยถ้าไม่มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งตอนนี้เริ่มเดินแล้ว กรุณารออีกสักปีหรือสองปีจะเดินดีกว่านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต