ฝ่ายค้านดีเดย์ ซักฟอกรัฐบาล 18-20 ธค. ยัน ข้อมูลแน่น รัฐบาลอาจหัวคะมำได้

วันที่ 05 พ.ย. 2562 เวลา 15:50 น.
ฝ่ายค้านดีเดย์ ซักฟอกรัฐบาล 18-20 ธค. ยัน ข้อมูลแน่น รัฐบาลอาจหัวคะมำได้
มติฝ่ายค้าน ดีเดย์ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่เกิน 6 ธค.  ซักฟอก 18-20 ธค. ยัน ข้อมูลแน่น รัฐบาลอาจหัวคะมำได้

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ตัวแทนฝ่ายค้าน นำโดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาวิปฝ่ายค้าน น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการวิปฝ่ายค้าน นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย น.ส. ศิริกันยา ตันสกุล ส.ส.พรรคบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ฯลฯ ร่วมแถลงภายหลังการประชุม

นายสุทิน  กล่าวว่า กรอบเวลาคร่าวๆ ที่เหมาะสมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล คือ วันที่ 18-20 ธ.ค.62 โดยการอภิปรายครั้งนี้มาตรฐานอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะที่ผ่านมาจะเน้นเรื่องการทุจริตเป็นหลัก แต่ในครั้งนี้จะมองไปถึงความผิดพลาด ความสามารถในการบริหารประเทศที่ทำลายเครดิตของประเทศให้ตกต่ำ โดยยึดฐานความผิดมาจากระยะเวลา 5 ปี ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศที่ส่งผลต่อปัจจุบันและเป็นความกังวลไปสู่อนาคต โดยการอภิปรายจะผสมผสานกันไป ทั้งรัฐบาลที่ผ่านมาและรัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากคนเก่าสร้างความผิดและคนใหม่มาต่อยอดความผิด ดังนั้นต้องอภิปรายควบคู่กันไป แต่จะแตกต่างที่ประเด็นความผิด แต่อย่างไรก็ตามต้องมีหลักฐานแน่นอน เพราะถ้าไม่มีคงไม่กล้าเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

"หลักฐานที่มีจะเป็นการผลักให้หัวคะมำ ซึ่งหากหลักฐานเราดี ก็เป็นไปได้ที่พรรคฟากรัฐบาลจะยกมือสนับสนุนเรา โดยเจตนาเราไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล แต่ถ้าเขาชี้แจงไม่ได้ แล้วทำความผิดจริง เขาจะล้มด้วยตัวของเขาเอง"นายสุทิน กล่าว

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด โดยหลังจากที่ปิดสภาฯ ได้มีการเก็บข้อมูลและรวบรวมหลักฐาน โดย 7 พรรคได้รวบรวมเอาความหนักแน่นของข้อมูลมาประมวล และประเมินก่อนที่ 7 พรรคจะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าควรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่จะยื่นเมื่อไร จะเป็นรายคน หรือรายกระทรวง รวมถึงมีรายละเอียดอย่างไรนั้น จะประชุมกันอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุป

น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า หากวางกรอบที่จะอภิปรายในวันที่ 18-20 ธ.ค.แล้ว จะต้องทำญัตติให้เสร็จในสิ้นเดือนพ.ย. เพื่อยื่นให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาฯ โดยอย่างช้าที่สุดจะต้องไม่เกินวันที่ 6 ธ.ค.62 ที่จะต้องยื่นญัตติให้กับประธานสภาฯ