นายกฯ เปิดประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจอาเซียน

  • วันที่ 02 พ.ย. 2562 เวลา 11:42 น.

นายกฯ เปิดประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจอาเซียน

นายกรัฐมนตรี เปิดประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจอาเซียน เน้นย้ำกระชับความร่วมมือภาครัฐและเอกชนระดับภูมิภาค - จัดกำลัง ตำรวจ ทหาร 17,000 นาย คุมเข้ม ความปลอดภัย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ASEAN Business and Investment Summit 2019 (ABIS 2019) โดยมีภาคเอกชนร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ ซึ่งเป็นเวทีคู่ขนานสำคัญของการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน มีผู้นำประเทศ ผู้นำธุรกิจ และผู้นำองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมงานกว่า 1,200 คน

สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด Emmpowering ASEAN 4.0 เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศสมาชิกในการรับมือกับความท้าทายใหม่ในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับแนวคิดหลักของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ร่วมสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการดำเนินการของประชาชนอาเซียนในปี 2562 ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การสร้างความเชื่อมโยงทางด้านดิจิทัลเพื่อรองรับการค้า การลงทุนในอาเซียน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดความสามารถใหม่และลดปัญหาการว่างงานในอาเซียน และผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนวัตกรรมและเงินทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานเปิดงาน และขอต้อนรับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ซึ่งมีความสำคัญ ไทยมีโอกาสได้จัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 อีกครั้งในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ซึ่งจะได้เดินหน้าอาเซียนในยุค 4.0 โดยไทยได้พัฒนา ผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทั้งการค้าการลงทุน New Business Model โดยไทยพยายามนำเทคโนโลยีไปใช้ในนวัตกรรมทางการผลิตเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ

"ไทยได้ร่วมกับเอกชนในการพัฒนาประเทศด้านการค้าการลงทุน ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงานและทรัพยากรมนุษย์ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เน้นการลงทุนรูปแบบรัฐเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ในเรื่องการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอีอีซี ด้านการขนส่งโลจิสติกส์ ทั้งสนามบิน ท่าเรือ รองรับการขนส่งกับอาเซียนเป็นหลัก รวมทั้งภาคการเกษตรที่เร่งผลักดันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในการกระจายสินค้า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังสนับสนุนธุรกิจเกิดใหม่ เอสเอ็มอีต่าง ๆ นวัตกรรมใหม่ ๆ ในศตวรรษที่ 21 ที่มีการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ ไทยจึงเตรียมความพร้อมให้มีการเชื่อมโยงด้านดิจิทัลกับอาเซียนในทุกมิติ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า หวังว่าการประชุมนี้จะมีการแลกเปลี่ยนและเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ที่จะได้มีการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งรวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เรื่องใดที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลยืนยันจะทำให้เกิดกับประชาชนและประเทศสมาชิกให้สูงที่สุด

“วันนี้โลกเปลี่ยนแล้ว เราไม่ปรับตัวไปไม่ได้ จึงต้องเตรียมการให้พร้อม เมื่อโลกปรับ เราต้องเปลี่ยน ไทยยืนยันได้ทำเต็มที่เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง ขอให้การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ มีผลเป็นรูปธรรม เสริมสร้างอาเซียนให้เดินหน้าในยุคดิจิทัลให้เข้มแข็งไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แม้ธุรกิจจะต้องมีการแข่งขันกัน เป็นเรื่องธรรมดาแต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ชาติเป็นหลักและเคาาพสิทธิมนุษยชนด้วย โดยเฉพาะการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพราะปัญหาทุกอย่างแก้ไม่ได้โดยลำพังเพียงผู้เดียว” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ด้านมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย ครั้งนี้ มีการใช้ตำรวจ-ทหาร จำนวน 17,000 นาย คุมเข้มดูแลความปลอดภัยครอบคลุมทั้ง สถานที่การประชุม, โรงแรมที่พัก เส้นทาง และสถานที่ต่างๆ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ