"ชูวิทย์"เตือนนักการเมืองดู"บุญทรง"เป็นบทเรียน เชื่อไม่ใช่รัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าคุก

วันที่ 07 ก.ย. 2562 เวลา 17:05 น.
"ชูวิทย์"เตือนนักการเมืองดู"บุญทรง"เป็นบทเรียน เชื่อไม่ใช่รัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าคุก
“ชูวิทย์” ยกกรณี "บุญทรง" เตือนนักการเมือง อย่าคิดว่ามีอำนาจวาสนาแล้วจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ เชื่อไม่ใช่รัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าคุก

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "พลาดก้าวเดียว คุก 48 ปี ก้าวแรกที่พี่บุญทรงลงจากรถไปฟังคำพิพากษา ไม่มีใครทราบเลยว่าศาลท่านจะตัดสินอย่างไร แล้วไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไร ที่ผมมักต้องมาเจอคนรู้จักในคุก ครั้งล่าสุดที่ผมเข้าคุกก็เจอพี่บุญทรง ทักทายกัน แกบอกผมว่าทำเรื่องอุทธรณ์อยู่ พี่บุญทรงที่ผมเจอในสภา กับที่เจอในคุกเหมือนเป็นคนละคนกัน ปัจจุบันแกอายุ 59 ปี วันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษอีก 6 ปี รวมของเก่าเบ็ดเสร็จ 48 ปี

สูตรอดีตคนคุกอย่างผม คุก 48 ปี ต้องติดอย่างน้อย 1 ใน 3 คือ 16 ปี นี่หมายถึงกรณีที่มีพระราชทานอภัยโทษด้วย ซึ่งปกติหากยิ่งติดคุกยาว ยิ่งมีโอกาสผ่านช่วงพระราชทานอภัยโทษมากขึ้นยกตัวอย่าง คนถูกศาลสั่งจำคุก 1 ปี ถึง 2 ปี เป็นระยะสั้น ก็อาจจะไม่มีพระราชทานอภัยโทษในช่วงนั้น แต่หากคนติด 5 ปี ถึง 10 ปีขึ้นไป ก็มีโอกาสที่จะมีพระราชทานอภัยโทษระหว่างติดมากขึ้น คนติดคุกจึงเฝ้ารอวโรกาสพิเศษนี้กันทุกคน ในอีก 11 ปีข้างหน้า พี่บุญทรงจะอายุครบ 70 ปี ก็อาจจะมีโอกาสเข้าเกณฑ์ “พักโทษคนแก่"

ในช่วงนาทีนี้ ผู้ที่เจ็บปวดไม่ใช่แค่พี่บุญทรงเท่านั้น แต่รวมไปถึงครอบครัวที่ต้องร่วมเจ็บปวดไปด้วย จะไม่มีใครเข้าใจหัวอกคนที่ตั้งความหวังไว้กับอิสรภาพ แล้วมันหายวับไปกับตาทันทีที่สิ้นคำพิพากษา ต่อให้ใจแข็งปานใดก็ทำใจไม่ได้ ถึงจะปลงอย่างไรก็ปลงไม่ตก เวลาเท่านั้นที่จะเยียวยาสมานแผลความเจ็บปวดนี้

ผมจึงขออนุญาตเตือนนักการเมืองที่กำลังกระดี๊กระด๊า มีบารมีสูงส่ง บุญท่วมหัว ได้เป็นรัฐมนตรี ให้ท่านหันกลับมามองพี่บุญทรงเป็นบทเรียน อย่าคิดว่ามีอำนาจวาสนาแล้วจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน เพราะวันที่พลาด เราก้าวเข้าคุกเพียงคนเดียว ไม่มีใครเลยสักคนที่จะช่วยเราได้ และโดยประสบการณ์อย่างผม ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากยังเชื่อว่าพี่บุญทรงจะไม่ใช่รัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าคุก"