เผยผลสอบกำไลอีเอ็ม พบผิดสเป็ค 4 ประเด็น

  • วันที่ 24 ส.ค. 2562 เวลา 13:33 น.

เผยผลสอบกำไลอีเอ็ม พบผิดสเป็ค 4 ประเด็น

ลุ้นผลตรวจสอบกำไลอีเอ็ม ยธ.แถลง 26 สค.นี้ หลังพบผิดสเป็ค 4 ประเด็นกำหนดทีโออาร์ต่ำกว่ามาตรฐานศึกษา-ไม่ทดสอบคุณภาพระบบ-ตัดสินจากราคาต่ำ-ทำลายง่ายใช้ 2 จีตามคลื่นทำสัญญาณหาย- แจ้งเตือนถี่ผิดปกติ

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตั้งกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและทีโออาร์ของระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไลอีเอ็ม ที่สามารถถอดออกได้โดยไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนและถูกกระชากขาดด้วยมือเปล่าว่า นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับรายงานสรุปผลการตรวจสอบจากพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขั้นตอนต่อไปยังต้องรอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมพิจารณาลงความเห็น คาดว่าเมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนปลัดกระทรวงยุติธรรมจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 26 ส.ค.นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เสนอความเห็นไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรมว่า การเช่าใช้กำไลอีเอ็มส่อที่จะขัดต่อทีโออาร์ในหลายจุดคือ 1 การไม่กำหนดให้มีการทดสอบระบบการทำงานของกำไลอีเอ็ม โดยอ้างเพียงว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเอกสารรับรองคุณภาพจากองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือแล้ว เป็นผลให้การประมูลถูกตัดสินด้วยการเสนอราคาต่ำเพียงอย่างเดียว 2 สายรัดกำไลอีเอ็มที่เป็นสายยาง ซึ่งไม่ระบุถึงความเหนียว แข็งแรงทนทานต่อการตัดทำลาย 3 ระบบกำไลอีเอ็มใช้ระบบสัญญาณติดตามด้วยคลื่นโทรศัพท์เครือข่าย 2 จี ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่ศึกษาโดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้การกำหนดทีโออาร์ให้ต่างไปจากรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนประเทศฯ ส่งผลให้สัญญาณจากกำไลอีเอ็มขาดหายไปจากระบบ เมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ยกเลิกใช้เครือข่าย 2 จีแล้ว

ประเด็นที่ 4 เมื่อตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของศูนย์ควบคุมระบบกำไลอีเอ็มพบการแจ้งเตือนสูงผิดปกติ ในแต่ละเดือนจะมีการสั่งใช้กำไลอีเอ็มกับผู้ถูกคุมประพฤติเฉลี่ย 500-700 ราย แต่ระบบแจ้งเตือนสายรัดถูกตัด สายรัดถูกกระทบกระเทือนหลักแสนครั้ง หรือหลักล้านครั้งต่อเดือน ทำให้ระบบขาดความน่าเชื่อถือว่าเป็นการผิดพลาดของอุปกรณ์หรือการฝ่าฝืนเงื่อนไขของผู้ถูกคุมประพฤติ นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่าผู้ถูกสั่งติดกำไลอีเอ็มมีอาการแพ้สายรัด ผิวหนังบริเวณข้อมือเป็นแผลติดเชื้อ

แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ถือเป็นดุลพินิจของปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่จะลงความเห็นว่าข้อบกพร่องของระบบกำไลอีเอ็มจะถือว่าผิดสเป็คในการเช่าใช้หรือไม่อย่างไร บริษัทเอกชนคู่สัญญาจะสามารถแก้ไขจุดบกพร่องที่ตรวจสอบพบได้หรือไม่ และข้อบกพร่องที่ตรวจพบจะถึงขั้นต้องสั่งปรับหรือยกเลิกสัญญาหรือไม่ ขณะที่กรมคุมประพฤติได้เรียกคืนกำไลอีเอ็มมาตรวจสอบทั้งหมด และสั่งให้บริษัทเอกชนคู่สัญญานำชุดกำไลอีเอ็มเข้ามาเปลี่ยนใหม่ โดยให้ผู้ถูกคุมประพฤติสวมกำไลอีเอ็มที่ข้อเท้าแทนข้อมือ เนื่องจากทีโออาร์กำหนดว่า กำไลอีเอ็มจะใช้สวมที่ข้อมือหรือข้อเท้า อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

ข่าวอื่นๆ