"บิ๊กตู่"ประกาศดันยะลาเป็น "เมืองทุเรียน"
นายกฯ เอาจริงดันจ.ยะลา เป็นเมืองทุเรียน เผยอิตาลี-จีนสนใจลงทุน ชี้ลงทุนสามจังหวัดเริ่มคึกคัก แจงปัญหาราคายางตกต่ำ เกิดจากผลผลิตล้นตลาด
นายกฯ เอาจริงดันจ.ยะลา เป็นเมืองทุเรียน เผยอิตาลี-จีนสนใจลงทุน ชี้ลงทุนสามจังหวัดเริ่มคึกคัก แจงปัญหาราคายางตกต่ำ เกิดจากผลผลิตล้นตลาด
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นโยบายเมืองทุเรียน (Durian City) ในพื้นที่จังหวัดยะลานั้นมีโครงการมีแผนพัฒนาอยู่แล้ว ที่นี่ปลูกทุเรียนพันธุ์ดีมีชื่อเสียงไว้หลากหลาย ยืนยันว่าทุเรียนที่นี่ดีที่สุดในประเทศ วันนี้โครงการดังกล่าวจะเกิดขึ้นแล้ว ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติทั้งอิตาลีและจีน ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการลงทุน
พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา ตัวเลขการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค. 2561-มิ.ย. 2562) พบว่ามีตัวเลขขอลงทุนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้รวมทั้งสิ้น 1,800 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 244% เมื่อเทียบกับการลงทุนในช่วงปี 2554-2558 ซึ่งมีตัวเลขการลงทุนเพียง 1,700 ล้านบาท หรือ เฉลี่ยเดือนละ 29 ล้านบาท
"ทุเรียนมีการก้าวหน้าไปมาก ถ้าปลูกกันเยอะ ต้องเตรียมมาตรการรับความเสี่ยงไว้ด้วย เรื่องราคา เกษตรกรต้องปลูกเอาคุณภาพ อย่าเอาปริมาณ ขายของก็ต้องมีมาตรฐานโดยเฉพาะเรื่อง GMP ต้องเร่งให้เกษตรผ่านการรับรอง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับราคายางพาราตกต่ำนั้น ไม่เป็นแค่ประเทศไทย ต้องไปดูราคาประเทศอื่นนั้นตกต่ำเช่นกัน ภาพรวมทั่วโลกมีปัญหาเรื่องราคาเกิดจากการสต็อกสินค้าที่มีมากกว่าความต้องการ นอกจากนี้ยังมีกฎเกณฑ์การค้าเสรี ราคาน้ำมันลดลงก็กระทบยางอีก ไหนจะสงครามการค้าโลก ถ้าจะหวังให้ราคากลับไปเป็นกิโลกรัมละ 100-200 บาท คงเป็นไปไม่ได้
"เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนตัวเองต้องแก้ตั้งแต่ต้นทาง คือผู้ผลิตและผู้แปรรูป ต้องหาทางลดต้นทุนและปลูกพืขอื่นทดแทน ควบคู่ไปกับสร้างการเรียนรู้ ไปดูว่าทื่อื่นทำอะไรบ้าง เกษตรกรต้องหมั่นศึกษาข้อมูลพัฒนาตนเอง เช่น การทำเกษตรสมัยใหม่ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มผลผลิตและการพัฒนาสมาร์ทฟาร์มเมอร์เป็นต้น"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว


