'บิ๊กตู่'ยันไม่ได้เจตนาทำผิดปมถวายสัตย์ปฏิญาณ

วันที่ 07 ส.ค. 2562 เวลา 16:19 น.
'บิ๊กตู่'ยันไม่ได้เจตนาทำผิดปมถวายสัตย์ปฏิญาณ
นายกฯเผยปมถวายสัตย์เดี๋ยวคงเรียบร้อยยันไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ผิด "เรืองไกร" ยื่นอัยการสูงสุดส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรัฐบาลเป็นโมฆะหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการกล่าวคำถวายสัตย์ปฎิญาณที่อยู่ระหว่างการแก้ไขโดยย้ำว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ผิดขอให้ดูที่เจตนาและเรื่องจะเรียบร้อย

"เดี๋ยวคงเรียบร้อยนะ เพราะผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ผิด เขาดูกันที่เจตนา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงประเด็นนี้ที่อ.เมือง จ.ยะลา

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีจะแก้ไขในเรื่องการถวายสัตย์อย่างไร และนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาปรึกษา และก็ไม่เข้าใจคำพูดของนายกรัฐมนตรี ว่าหมายถึงอะไร ซึ่งต้องถามนายกรัฐมนตรีเอง และก็ไม่ทราบปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างไรด้วย

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า การถวายสัตย์ไม่ครบตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ จะมีผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะ นี้ยังไม่ตอบ แต่กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่องดังกล่าวเพื่อนำไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง มองว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า คำพูดของนายกรัฐมนตรี เป็นการยอมรับว่ากระทำผิดพลาดจริงหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ และ มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะไปพูดและกระพรือกันไปเอง แต่นายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันในส่วนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อเป็นปัญหา ท่านก็จะแก้ไขในส่วนของนี้ ซึ่งก็ต้องไปถามนายกรัฐมนตรีเอง

ขณะเดียวกันเมื่อถามว่า หากยังไม่เคลียร์ในปัญหานี้จะทำให้ลุกลามหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อาจจะเป็นความเข้าใจของใครบางคน แต่นายกรัฐมนตรีคงไม่ได้เดือดร้อนถึงขนาดนั้น เพราะนายกไม่เคยบอกว่าเป็นความยากลำบากเดือดร้อน โดยเมื่อวาน นายกรัฐมนตรี พูดเรื่องอื่นใน ครม. ไม่ได้พูดเรื่องนี้และรัฐบาลก็ทำงานไป ทำงานได้แล้วเมื่อแถลงนโยบายไปรัฐบาลก็ทำงานไป ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา

ด้าน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตทีมกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด(อสส.) เพื่อขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้กล่าวถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณให้ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 161โดยมีนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกฯ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

นายเรืองไกร กล่าวว่า จากที่ได้ดูข้อกฎหมาย และจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเรื่องนี้จะต้องมาร้องที่อัยการสูงสุด เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวขัดมาตรา 5 และไม่เป็นไปตามมาตรา 3 วรรคสอง ก็เท่ากับว่าการกระทำดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้ อย่างที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเป็นโมฆะ และขณะเข้ารับหน้าที่แล้วจะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 เนื่องจากนโยบายจะต้องสอดคล้องกับหน้าที่แห่งรัฐ พร้อมต้องแสดงที่มาที่จะนำใช้จ่าย ต่อนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา แต่ก็เกิดปัญหาว่าคำแถลงนโยบาย 37 หน้า ไม่มีตัวเลขงบประมาณ ก็เท่ากับว่าการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อรัฐสภาน่าจะเป็นโมฆะเช่นเดียวกัน การไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอาจจะโดนดำเนินคดีอาญาได้ด้วย ซึ่งตนก็ได้ยื่นคำร้องที่ ป.ป.ช.มาแล้ว

ด้าน นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรค 2 ซึ่งเป็นช่องทางที่ อสส.จะพิจารณาว่าจะสามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ โดยหากภายใน 15 วันอสส.ยังไม่ได้ให้คำตอบ หรือดำเนินการใดๆแก่ผู้ร้อง โดยผู้ร้องนั้นสามารถไปยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ก็จะรับเรื่องนำเรียน อสส.ต่อไปและจะแจ้งผลให้ผู้ร้องทราบยืนยันว่าจะเร่งพิจารณาโดยเร็ว